เภสัช ม.อ.ใช้ แสงซินโครตรอน ทำแป้งจากเมล็ดมะขามสำหรับระบบนำส่งยา



เภสัช ม.อ.ใช้ "แสงซินโครตรอน" พัฒนาแป้งจากเมล็ดมะขามสำหรับระบบนำส่งยา

          นักวิจัยคณะเภสัช ม.อ. ประกอบด้วย ศาสตราจารย์ ดร.วิมล ตันติไชยากุล อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และนักศึกษาปริญญาเอก ประกอบด้วย นายนมนต์ หิรัญ และนางสาวธนัชพร แสงไฟ ประสบความสำเร็จ นำแสงซินโครตรอนวิเคราะห์การจัดเรียงตัวของโมเลกุลของแป้งจากเมล็ดมะขาม สำหรับระบบนำส่งยารักษาโรค ส่งผลให้สามารถนำส่งยาได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

          แป้งเมล็ดมะขามเป็นสารโพลิเมอร์ชีวภาพ ที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารในหลายประเทศ ประกอบ ด้วย โซ่โมเลกุลขนาดใหญ่ เมื่อผสมกับตัวยาที่มีโครงสร้างที่เหมาะสมจะเกิดอันตรกิริยา และมีการจัดเรียงตัวของสารจากแป้งเมล็ดมะขาม ทำให้เกิดเป็นของเหลว หรือเกิดเป็นเจล การทำความเข้าใจกระบวนการเปลี่ยนสภาพเป็นเจล และรูปร่างโครงสร้างของโมเลกุลขณะเป็นเจลหรือเป็นของเหลวนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบนำส่งยา โดยอาจสามารถนำส่งยาไปสู่ตำแหน่งที่ต้องการรักษา ลดความเป็นพิษของยาที่จะแพร่กระจายไปตำแหน่งอื่นของร่างกาย หรือสามารถใช้เพื่อควบคุมการปลดปล่อยตัวยา 

          ทีมงานวิจัย ได้ใช้เทคนิคการกระเจิงรังสีเอ็กซ์ด้วยแสงซินโครตรอน ที่สถานีทดลองของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) จ.นครราชสีมา ติดตามกระบวนการเปลี่ยนแปลงลักษณะการจัดเรียงโมเลกุลของสารจากแป้งเมล็ดมะขาม เพื่อหาสภาวะที่เหมาะสมในการเปลี่ยนสภาพเป็นเจลของแป้ง 

          สำหรับเทคนิคการกระเจิงรังสีเอ็กซ์ เป็นเทคนิคที่ใช้ในการศึกษาขนาดและรูปร่างของวัตถุที่มีขนาดอยู่ในช่วงของนาโนเมตร (หนึ่งในพันล้านของเมตร หรือขนาดประมาณหนึ่งในหมื่นเท่าของความหนาของเส้นผม) ซึ่งเป็นช่วงขนาดของโมเลกุลในสสาร เทคนิคการกระเจิงรังสีเอ็กซ์นี้จึงสามารถใช้ในการศึกษาการเรียงตัวของโมเลกุลในสารได้ ผลการศึกษา พบว่า ผลการวัดการกระเจิงรังสีเอ็กซ์ของแป้งเมล็ดมะขามในสภาพตั้งต้นนั้น แสดงถึงรูปร่างโมเลกุลที่เป็นทรงกระบอกเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.4 – 0.9 นาโนเมตร ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแป้งเมล็ดมะขามประกอบด้วยโมเลกุลที่เป็นสายโซ่ยาว

          แต่เมื่อมีการเติมสารที่มีโมเลกุลขนาดเล็กลงไป โมเลกุลขนาดเล็กเหล่านี้จะเป็นตัวเชื่อมโมเลกุลของแป้ง ทำให้แป้งเปลี่ยนสภาพเป็นของเหลวหนืด และที่ความเข้มข้นที่เหมาะสม โมเลกุลของแป้งจะเรียงตัวเป็นแผ่นบางที่มีความหนาประมาณ 0.5 นาโนเมตร ซึ่งส่งผลให้แป้งเกิดสภาพเป็นเจล 

          ศาสตราจารย์ ดร. วิมล ตันติไชยากุล เปิดเผยว่า แป้งเมล็ดมะขาม เมื่อผสมกับตัวยารักษาโรคที่มีโครงสร้างเหมาะสม สามารถแปรสภาพเป็นเจล ซึ่งทำให้ควบคุมการปลดปล่อยตัวยาได้ โดยอาจฉีดในลักษณะของเหลวเข้าสู่ร่างกาย แล้วจะเกิดเป็นเจลในร่างกายและปลดปล่อยตัวยาอย่างช้าๆในตำแหน่งการรักษาที่ต้องการ เนื่องจากแป้งดังกล่าวเป็นของเหลวที่อุณหภูมิห้อง และเปลี่ยนสภาพเป็นเจลที่อุณหภูมิร่างกายได้เร็ว การศึกษาครั้งนี้มีประโยชน์อย่างมากต่อการนำแป้งเมล็ดมะขามไปใช้สำหรับระบบนำส่งยา ส่งผลให้ยาที่ใช้รักษาโรคมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

          นอกจากนี้ทีมงานวิจัยได้ต่อยอดผลการศึกษาดังกล่าวออกไปอีก ด้วยการเจือสารที่มีโมเลกุลขนาดเล็กซึ่งมีคุณสมบัติในการรักษาโรคชนิดอื่นลงไปในแป้งจากเมล็ดมะขาม ทำให้เกิดการเปลี่ยนจากของเหลวเป็นเจล ผันกลับไปมาได้ ขึ้นกับอุณหภูมิ ความเข้มข้นของยา และความเข้มข้นของแป้งจากเมล็ดมะขาม 

          สำหรับมะขามเป็นพืชที่พบมากในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และพบได้ทั่วไปในประเทศไทย หาได้ง่าย ซึ่งแป้งที่ได้จากเมล็ดมะขามจะต้องผ่านกระบวนการสกัดนำ โปรตีนและไชมันออก จนได้พอลิแซคคาไรด์ ที่ต้องการ ซึ่งนำมาใช้ประโยชน์สำหรับระบบนำส่งยา 

          "การวิจัยดังกล่าวของทีมงานเป็นการพัฒนาระบบนำส่งยาโดยสามารถใช้สารที่ได้จากธรรมชาติซึ่งมีอยู่ในประเทศ เป็นการเพิ่มมูลค่าเพิ่มของพืชในประเทศไทย และจะมีการพัฒนาระบบนำส่งยาโดยแป้งจากเมล็ดมะขามเพื่อใช้ประโยชน์ในการรักษาโรคต่อไป" ศ. ดร.วิมลกล่าว


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์


คิดอย่างไรกับเรื่อง: เภสัช ม.อ.ใช้ แสงซินโครตรอน ทำแป้งจากเมล็ดมะขามสำหรับระบบนำส่งยา ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
เภสัช ม.อ.ใช้ แสงซินโครตรอน ทำแป้งจากเมล็ดมะขามสำหรับระบบนำส่งยา โพสต์เมื่อ 31 สิงหาคม 2555 เวลา 17:46:51 90 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP