บุกจุฬาฯ ขู่หายนะ ปิดมหาวิทยาลัย - เสื้อชมพูนัดรวมพล





บุกจุฬาฯ ขู่หายนะ ปิดมหาวิทยาลัย - เสื้อชมพูนัดรวมพล (ไทยโพสต์)

          ตุ๊ดตู่ เหวงแตก! สันติวิธีเทียมออกลายใหญ่คับประเทศ อาละวาดไปทั่ว กาหัวชมรมธุรกิจท่องเที่ยว ยัวะเสื้อชมพู ประกาศพาม็อบบุกจุฬาฯ กร่างอยากมีเรื่องจะสนองให้ จะได้เจอกับหายนะ ด้วยความเคารพ ด้านคณาจารย์ใจหล่นตาตุ่ม สั่งปิดมหา'ลัยหนี เปิดอีกที 5 เมษา. แต่เครือข่ายเสื้อชมพูไม่สน นัดรวมตัวทำกิจกรรมต่อ ส่วนโต๊ะเจรจายังไม่ร้าง มาร์ค-วีระ เปิดช่องรอบ 3 ทักษิณ แก้ข่าวผมเปล่าเป็นมะเร็ง

          หลังคณาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกาศเชิญชวนชาวไทยทุกหมู่เหล่าที่ยึด มั่นในความสันติ ต้องการให้บ้านเมืองมีความสงบสุขและปลอดภัย ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สวมเสื้อสีชมพูไปรวมตัวกันที่สนามหญ้า หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาล ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันศุกร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 14.00 น. ร่วมกันคัดค้านการยุบสภาจากการใช้กฎหมู่บีบบังคับ สร้างความไม่พอใจให้กับแกนนำคนเสื้อแดงเป็นอันมาก ถึงขนาดข่มขู่ว่าจะพาม็อบไปบุกจุฬาฯ

          นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวต่อว่า ขอเตือนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นนายจรัส สุวรรณมาลา คณบดีคณะรัฐศาสตร์ และนักวิชาการ หรือใครก็ตาม เรียกร้องให้คนกรุงเทพฯ ใส่เสื้อสีชมพู เพื่อต่อต้านการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง แต่ตนจะบอกว่าบุคคลเหล่านี้เคยผ่านการขึ้นเวทีของกลุ่มพันธมิตรฯ มาแล้ว ทั้งในทำเนียบรัฐบาลและสนามบินสุวรรณภูมิ คนพวกนี้เคยใส่เสื้อสีเหลืองจนเสียหายจนคนทั่วไป ไม่กล้าใส่เสื้อสีเหลืองมา แล้ว แต่ครั้งนี้หันมาใส่เสื้อสีชมพูอีก

          "นักวิชาการเหล่านี้เคยขึ้นเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยึดทำเนียบฯ ยึดสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ คัดค้านเสื้อแดง ผมขอเตือนว่าอย่ามาเล่นละครตบตาเพื่อเรียกร้องหาความสงบ แต่หากอยากเกิดเรื่องก็จะสนองให้ เราได้ใช้ความอดทนและห้ามใจ ถ้าหากจุฬาฯ ยังไม่หยุด ก็เตรียมพร้อมที่จะเจอกับหายนะได้เลย"

          นายจตุพรกล่าวว่า ตอนนี้สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 กำลังกระทำการบิดเบือนความเป็นจริงโดยตลอด และกำลังชี้นำว่าการกระทำของคนเสื้อแดงจะเป็นการล้มสถาบัน มีการชี้นำว่าอำมาตย์ที่กลุ่มคนเสื้อแดงกำลังโจมตีว่าคือสถาบัน ทั้งที่ความจริงคือคนละส่วนกัน รวมทั้งมีการนำภาพเหตุการณ์ที่กระทรวงมหาดไทย มาบิดเบือนและตัดต่อเฉพาะช่วง ที่นายอภิสิทธิ์ได้ประโยชน์


          นอกจากนี้ นายจตุพรยังโจมตีชมรมธุรกิจท่องเที่ยว ที่ออกมาระบุว่าการชุมนุมทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวเสียหายด้วย

          เขาบอกว่า กรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาทของพรรคประชาธิปัตย์ และงบกองทุนสนับสนุนพรรคการเมือง 29 ล้านบาท ที่ได้ข่าวว่าคณะทำงานที่มี ม.ล.ปทีป จรูญโรจน์ เป็นประธานนั้น จะพิจารณาและส่งให้นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง แต่ยังไม่ได้ดำเนินการสั่งฟ้องก่อนสงกรานต์นั้น ตนกำลังปรึกษากับทีมกฎหมายว่าจะฟ้อง กกต.ชุดนี้ ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

          นายจตุพรกล่าวว่า การเจรจาจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน หากรัฐบาลยังยึดกรอบเวลา 9 เดือนดังเดิม จะไม่มีการเจรจา แต่ถ้ารัฐบาลมีท่าทีที่ชัดเจน เราก็จะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาว่าจะเจรจาอีกครั้งหรือไม่

บ้าเลือดพาม็อบคุกคามจุฬาฯ

          ช่วงเวลาต่อมามีการแถลงข่าวอีกครั้ง โดยนายณัฐวุฒิกล่าวว่า ในวันที่ 2 เม.ย. ทราบว่ากลุ่มนักวิชาการจุฬาฯ จะจัดเสวนาโดยคณาจารย์ที่เป็นเครือข่ายของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ถอดเสื้อสีเหลืองออกมาใส่เสื้อสีชมพู รวมทั้งกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ที่จะชุมนุมต่อต้านการยุบสภาที่สวนลุมพีนี แม้ว่าการชุมนุมจะเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อตนทราบที่มาของการชุมนุมครั้งนี้ว่า การเคลื่อนไหวทั้งหมดเป็นการจัดการของ ศอ.รส. ที่พยายามจัดหากลุ่มมวลชนมาต่อต้านกลุ่มเสื้อแดง โดยใช้งบประมาณของราชการ

          ดังนั้น ในวันที่ 2 เม.ย. เวลา 12.00 น. กลุ่มเสื้อแดงจะเดินทางไปยังจุฬาฯ เพื่อทวงถามอธิการบดีว่าจะจัดงานเสวนาจริงหรือไม่ ถ้าหากมีการใช้จุฬาฯ เป็นสถานที่เสวนา กลุ่มคนเสื้อแดงก็จะไปรณรงค์ให้ยุบสภาภายในจุฬาฯ เช่นกัน ในเมื่อมีประชาชนกลุ่มหนึ่งใช้ได้ ประชาชนอีกกลุ่มก็ต้องใช้ได้เช่นกัน และหลังจากที่ไปที่จุฬาฯ แล้ว เราจะแวะไปที่ลานหน้าสวนลุมพินี เพื่อไปสังเกตการณ์การชุมนุมของกลุ่มนักธุรกิจโรงแรมเหล่านี้

          ด้านนายจตุพรกล่าวว่า การเดินทางไปที่จุฬาฯ นั้น จะตั้งขบวนในเวลา 12.00 น. โดยมีแกนนำ นปช. อาทิ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์, นายประแสง มงคลศิริ, พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, นายพายัพ ปั้นเกตุ เดินทางไป เพื่อสอบถามว่าขณะนี้จุฬาฯ ทำตัวรับใช้ชนชั้นสูงของสังคม โดยไม่ใส่ใจการเคลื่อนไหวของประชาชนใช่หรือไม่ และต่อจากนี้ หากหน่วยงานไหนพยายามจัดคนมาต่อต้านคนเสื้อแดงตามแผนของ ศอ.รส.อีก ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย อาจารย์จุฬาฯ หรือนักธุรกิจ เราก็พร้อมจะเดินทางไปเจอกับคนทุกคน

          ขณะที่นายจรัส สุวรรณมาลา คณบดีประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่า ตนเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการเข้าร่วมกิจกรรมเท่านั้น และผู้ที่จัดตั้งคือองค์กรเครือข่ายชุมชนจุฬาฯ ที่รวมตัวกันเพื่อให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็น พูดคุยเรื่องบ้านเมือง แสดงจุดยืนของสถานการณ์สังคมในปัจจุบัน ว่าอยากให้สังคมไทยเป็นอย่างไร

          เขาบอกว่า ในการเข้าร่วมพูดคุยกันนั้น แต่ละองค์กรจะออกมาพูดเกี่ยวกับเรื่องที่เป็นกังวล และไม่ได้มีเจตนาออกมาเพื่อแสดงความเคลื่อนไหวต่อต้าน หรือเป็นปรปักษ์กับกลุ่มใดทั้งสิ้น โดยเฉพาะคนเสื้อแดง ซึ่งถ้าทางกลุ่มชาวเสื้อแดงมีความไม่พึงพอใจ ตนคิดว่าเป็นความโชคร้าย อีกทั้งไมได้เตรียมการป้องกันไว้แต่อย่างใด

          "การเรียกร้องให้ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมสวมใส่เสื้อสีชมพู ก็มีนัยยะเพียงเพื่อต้องการให้กิจกรรมได้แสดงถึงว่า พวกเราต้องการให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงคลายกังวลกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้" นายจรัสกล่าว

          นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผยว่า ตามที่เครือข่ายภาคประชาชนนัดหมายที่จะแสดงความจงรักภักดี โดยประกาศเชิญชวนศิษย์เก่าจุฬาฯ และประชาชนทั่วไปที่สนใจสวมเสื้อสีชมพู ร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ 2 รัชกาล ภายในจุฬาฯ ในวันที่ 2 เม.ย. เวลา 14.00 น.นั้น ได้รับแจ้งจากผู้บริหารมหาวิทยาลัย ซึ่งมีการประชุมด่วนและมีมติให้ปิด มหาวิทยาลัยในวันที่ 2 เม.ย. เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงแจ้งว่าจะมาเยี่ยมเยียนจุฬาฯ เวลา 13.00 น.

          เขาบอกว่า แม้ว่ามหาวิทยาลัยจะปิด แต่การนัดหมายของเครือข่ายประชาชนฯ ก็ยังเป็นไปตามกำหนดเดิม คือเวลา 14.00 น. ซึ่งคงจะทำพิธีกันที่หน้าประตูมหาวิทยาลัย ฝั่งสระน้ำ หรืออาจจะเดินไปที่สวนลุมพินี เพื่อทำพิธีกันที่หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 แทน

จุฬาฯ ปิดมหาวิทยาลัยหนี

          ทั้งนี้ นายเกื้อ วงศ์บุญสิน รองอธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้มีกระแสข่าวที่อาจจะกระทบต่อความปลอดภัยของนิสิต อาจารย์ และบุคลากรของจุฬาฯ จึงได้ออกประกาศหยุดทำการตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. เวลา 21.00 น. ถึงวันที่ 4 เม.ย. และจะเปิดทำการตามปกติในวันที่ 5 เม.ย.เป็นต้นไป

ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดเสวนา "เนื้อหาที่ควรคุยในวิกฤติความขัดแย้ง"

          นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า "ไม่รังเกียจที่คนเสื้อชมพูจะออกมาชุมนุม หากรัฐบาลคิดว่าการไปปลุกคนที่ได้เปรียบให้มาสู้ ก็จะได้เห็นสงครามชนชั้นแน่ๆ ที่พูดไม่ได้ขู่ แต่ผมไม่เอาด้วย ต่อสู้มา 3-4 ปี จะให้ใช้กำลังความรุนแรงไม่เอาด้วย เราเดินทางไกลด้วยสันติวิธี เปรียบเหมือนเราเดินทางไกลโดยรถไฟจากเชียงใหม่ ชัยชนะอยู่ที่หัวลำโพง วันนี้ถึงบางซื่อแล้ว ก็ใกล้แล้ว บางคนบอกเราต้องใช้กำลังหน่อยก็จะชนะ ก็บอกไปถ้าเป็นอย่างนี้จะขอลงสถานีบางซื่อก่อนนะ คุณจะชนะก็ชนะ แต่ผมไม่เอาด้วย"

          สำหรับการเจรจารอบ 3 กับรัฐบาลนั้น เขาบอกว่า ไม่อยากพูดไปแล้วให้กระทบกระบวนการทั้ง 2 ฝ่าย แต่ในหลักการเรื่องประเทศชาติยังพูดกันได้ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งเป็นสัจธรรม เดี๋ยวพูดแบบนี้กลับไปเวทีพรรคพวกจะหาว่าอย่างโน้นอย่างนี้อีก

          เมื่อถามว่าเวทีพูดถึงก้าวข้ามความขัดแย้ง แต่ในเวทียังพูดถึงปัญหา พ.ต.ท.ทักษิณ นายวีระกล่าวว่า อย่าเอาเรื่องบนเวทีมาบนโต๊ะเจรจา ที่นั่นต้องไม่ได้ยิน ไม่เห็น ไม่รู้ มาเจรจาแบบคนหูหนวกตาบอดมาเจรจากัน

ถามว่าระยะเวลา 15 วันหรือ 9 เดือน เขาบอกว่า คงไม่ใช่สองอันนี้แน่ แต่จะเท่าไหร่ก็ขอโอกาสและเวลาก่อน

          นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อคนหนึ่งต้องการให้รื้อภายใน 15 วัน ขณะที่อีกคนต้องการให้รื้อ 9 เดือน จึงเป็นเรื่องของคนในครอบครัวที่จะต้องพิจารณาว่าจะทำอย่างไร เป็นโอกาสสูงที่จะมาร่วมกันพัฒนาประเทศไทย ให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม จึงเป็นที่มาของโรดแม็พหรือแผนที่เดินทางที่เราต้องเดินไปให้ถึง


          ที่รัฐสภา มีเหตุการณ์ที่ไม่น่าเกิดขึ้น เมื่อ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีอีกบทบาทคือเป็นแกนนำคนเสื้อแดง ให้สัมภาษณ์ว่า ยังยืนยันแนวทางที่เคยเสนอว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี มาเป็นคนเจรจาเอง เพราะท่านเป็นเจ้าของอำนาจตัวจริง

          "ผมยังบอกเลยว่าท่านอย่าเพิ่งเสียชีวิตเสียก่อน เพราะท่านเป็นตัวหลักในการแก้ปัญหา พูดด้วยความเคารพ ไปดูเทปที่ผมพูดเลย ผมเรียกท่านทุกคำ เพราะท่านเป็นตัวหลักในการแก้ปัญหาของบ้านเมือง ถ้าท่านรับฟังความเห็นผู้อื่นบ้างเท่านั้นเอง บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยและมี ความเป็นธรรมไม่ต้องเจรจา" พ.อ.อภิวันท์กล่าว

          ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังเดินทางกลับจากการเยือนประเทศบาห์เรนถึงการเจรจาว่า ตอนนี้ไม่ได้ปิดกั้นอะไร

          ถามว่า ยังยืนยันกรอบการยุบสภาในระยะเวลา 9 เดือนหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า ถ้าอยากจะคุยกันต่อ ประเด็นของรัฐบาลไม่ได้อยู่ที่ช่วงเวลา ประเด็นอยู่ที่ว่ามีสิ่งที่คิดว่าเราจำเป็นต้องทำ ในระหว่างที่ยังไม่มีการเลือกตั้งเพื่อปูทางไปสู่ความสงบ ไม่ได้ยึดว่าจะอยู่ไปนานเท่าไหร่ แต่เรายึดว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ในทางด้านเศรษฐกิจ ทางด้านการเมือง ในสภาพสังคมทั่วไป ถ้าเขาสนใจที่จะคุยก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ แต่ถ้าเขายังยืนยันขีดเส้นตายก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าจะคุยกันต้องไม่มีการเคลื่อนไหวในลักษณะ ซึ่งผิดไปจากที่เราคุยกันไว้

          "สิ่งที่เราได้เสนอในวันนั้น เป็นการวางเอาประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการที่จะมีการยุบสภา เพราะฉะนั้นถ้าหลักการอยากจะคุยอย่างนี้ก็ติดต่อมา แต่ถ้าเป็นเรื่องออกมาต่อรองมันไม่ใช่ประเด็น ผมไม่มีเรื่องที่จะต่อรอง"

"มาร์ค"เข้าทำเนียบฯ

          ซักว่า นักวิชาการ 155 คนเสนอให้รัฐบาลยุบสภาภายใน 3 เดือน นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ตนไม่ได้อ่านรายละเอียด แต่ได้ยืนยันว่าประเด็นของตนไม่ได้อยู่ว่ากี่เดือน ประเด็นอยู่ที่ประโยชน์ของประเทศ

          นากยฯ ยืนยันว่า ไม่ได้ซื้อเวลา เพราะว่าการซื้อเวลาหมายความว่าอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไร แต่ที่เราพูดถึง 9 เดือนในวันนั้น เราแสดงให้เห็นว่ามีอะไรต้องทำบ้าง ถ้าซื้อเวลาก็หมายความว่าอยู่กันไปเรื่อยๆ ต่อรองเวลา ตนไม่ทำหรอก

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายกฯ เดินทางออกจากรัฐสภา ได้มีกลุ่มสถาบันสมาคมราชประชาสมาศัยสวมเสื้อสีชมพูกว่า 100 คน นำช่อดอกไม้สีเหลืองมาให้กำลังใจ โดยนายอภิสิทธิ์ได้ลงจากรถมาทักทายและรับมอบ

          จากนั้นเวลา 13.00 น. นายอภิสิทธิ์ได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล โดยใช้เส้นทางสะพานอรทัย และเข้าประตู 2 ทำเนียบรัฐบาล ข้างคลองเปรมประชา หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ท่ามกลางการอารักขาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหารอย่างเข้มงวด โดยถือเป็นครั้งแรกที่นายกรัฐมนตรีเดินทางเข้าทำงานในทำเนียบฯ ตามปกติ เพื่อเข้าร่วมประชุมเตรียมการเยือนกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 16 หลังจากประเทศเวียดนามรับเป็นเจ้าภาพต่อจากไทย

          ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม ที่เริ่มมีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งนับเป็นเวลากว่า 20 วันที่นายกรัฐมนตรีต้องไปปฏิบัติหน้าที่ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ บางเขน

          นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ว่า การเจรจารอบที่ 3 จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า ตนก็อยากให้มีการเจรจากัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับฝ่ายผู้ชุมนุมด้วย

          เมื่อถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศว่าการชุมนุมอาจจะยืดเยื้อไปถึงช่วงสงกรานต์ รองนายกฯ ตอบว่า ไม่มีปัญหา รัฐบาลคงไม่สามารถไปสกัดกั้นหรือห้ามปรามได้ คงต้องเป็นดุลยพินิจของแกนนำผู้ชุมนุมเองว่าจะตัดสินใจอย่างไร จะให้ผู้ชุมนุมกลับไปจัดงานสงกรานต์ในบ้านเกิดตัวเองได้หรือไม่ ให้พี่น้องคนไทยได้มีโอกาสหายใจกันบ้างหรือเปล่า ก็แล้วแต่ แต่รัฐบาลอยากให้ทุกอย่างเรียบร้อยอยู่แล้ว

          วันเดียวกันนี้ นายสุเทพได้ตอบกระทู้สดในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับการชุมนุมของคนเสื้อแดงว่า ตราบใดที่ยังอยู่ในกรอบกฎหมาย ไม่ละเมิดสิทธิของคนอื่นในการใช้ชีวิตตามปกติ รัฐบาลก็จะไม่เข้าไปขัดขวาง รัฐบาลยินดีจะดูและให้ผู้ชุมนุมอยู่ต่อไป และหากถึงขั้นที่คนทั้งประเทศเห็นด้วยกับผู้ชุมนุม ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าประชาชนไม่เห็นด้วย ผู้ชุมนุมก็จะเหนื่อยล้าและแยกย้ายกลับไปเอง หากมีการละเมิดกฎหมาย รัฐบาลก็จะต้องบังคับใช้กฎหมายตามที่เห็นสมควร ส่วนข้อเรียกร้องที่ให้เอาทุกสีมาคุยกัน ผมจะนำไปปรึกษานายกฯ และ ครม. ถ้ามีลู่ทางที่ทำได้ก็จะทำ

          นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนฝ่ายรัฐบาลในการเจรจากับแกนนำ นปช. กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการเจรจาในรอบ 3 ว่า สิ่งแรกที่เคยพูดและตกลงกันไว้คือทุกอย่างต้องสงบ หมายความว่าการชุมนุมต้องอยู่ในที่เดียว จึงจะเริ่มมีการพูดคุยกัน แต่มาถึงวันนี้ผู้ชุมนุมเตรียมที่จะออกดาวกระจาย ในลักษณะที่ไม่เป็นไปตามที่ ได้ตกลงกันไว้ จึงคิดว่าเป็นแนวโน้มที่ชัดเจนว่าจะหยุดการเจรจา

          ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าแกนนำ นปช.ทั้ง 3 คนที่มาคุยอาจไม่มีอำนาจตัดสินใจนั้น นายกอร์ปศักดิ์กล่าวว่า ตนให้เครดิตเช่นนี้ว่าแกนนำ นปช.ทั้ง 3 คนมีอำนาจ แม้หลายคนจะบอกว่าคนที่มีอำนาจตัดสินใจนั้นอยู่ต่างประเทศ คือ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะตนเห็นว่าเรื่องของคนที่อยู่ต่างประเทศนั้นเป็นเรื่องของเงิน และคดี แต่วันนี้เรากำลังพูดถึงการยุบสภา และแม้จะยุบสภา พ.ต.ท.ทักษิณก็สมัคร ส.ส.ไม่ได้อยู่ดี เพราะถูกดำเนินคดีร่ำรวยผิดปกติ ดังนั้นจึงไม่อยากจะคิดว่าเป็นเรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ

          ส่วนกรณีที่ 155 นักวิชาการยังเสนอให้นายกรัฐมนตรียุบสภาใน 3 เดือนนั้น นายกอร์ปศักดิ์กล่าวว่า ไม่ได้ดูรายละเอียดว่านักวิชาการเหล่านี้เป็นใครบ้าง แต่คิดว่าการกำหนดเวลาไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง

"ผู้เฒ่า" เสนอลาออกแทนยุบสภา

          นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะตัวแทนผู้เจรจาระหว่างรัฐบาลกับกลุ่ม นปช. เปิดเผยว่า นายกอร์ปศักดิ์ยังประสานงานอยู่ตลอดเวลา แต่ขณะนี้ นปช.ได้ปฏิเสธที่จะมาเจรจาในวันที่ 1 เม.ย. แต่วันที่ 2 เม.ย.ยังไม่แน่ ดังนั้นรัฐบาลจะพยายามประสานงาน เปิดช่องพร้อมตั้งโต๊ะเจรจาต่อไป

          นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะที่เป็นผู้บงการคนเสื้อแดง ได้ออกมาปลุกขวัญกำลังใจจากคนเสื้อแดงว่าในวันที่ 3 เม.ย. ช่วยออกมาสู้ เอาให้มันส์ๆ อีกสักครั้ง ถือว่าเป็นการแสดงอาการซาดิสต์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่อยากให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น เป็นการส่งสัญญาณให้แกนนำคนเสื้อแดงสร้างความรุนแรงในวันที่ 3 เม.ย.ใช่หรือไม่

          นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช กล่าวว่า ต้องการให้นายกรัฐมนตรีเห็นแก่บ้านเมืองด้วยการลาออก และให้กลับมาช่วยกันสรรหานายกฯ คนใหม่ เพื่อนก้าวต่อไปของประเทศชาติ และไม่เห็นด้วยกับการที่จะยุบสภาในขณะนี้ เพราะไม่มีประโยชน์ เสียเวลา

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.30 น. ได้มีพระสงฆ์พร้อมนำฉายาบัตรพระปญฺญาวฑฺฒโก หรือ พระพิณ มีทรัพย์มั่น จากวัดโคกข้าวเม่า จ.นครปฐม ซึ่งบวชมาแล้ว 2 พรรษา เดินทางมานั่งประท้วงนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย แกนนำกลุ่ม นปช. โดยนั่งกับพื้นประท้วงหน้าบริเวณบ่อปลาคาร์พ อาคารรัฐสภา 1

          โดยพระพิณกล่าวว่า ต้องการพบนายจตุพร อยากถามนายจตุพร จะให้รัฐบาลทำงานครบ 9 เดือนได้หรือไม่ ทั้งนี้จะนั่งรอนายจตุพรจะมาพูดคุยกับตนถึงจะยอมลุก แต่หากนายจตุพรไม่มาพบก็จะสึกจากการเป็นพระ เพื่อให้รู้ว่าการที่พระเรียกแล้วไม่มาแล้วทำให้พระต้องสึก เรื่องบาปมาก

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระรูปดังกล่าวได้เคยไปประพรมน้ำมนต์ที่พรรรคประชาธิปัตย์ หลังจากที่กลุ่มคนเสื้อแดงได้มาเทเลือดหน้าที่ทำการพรรคก่อนหน้านี้

          ขณะที่กลุ่ม 40 ส.ว. นำโดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา, น.ส.รสนา โตสิตตระกูล ส.ว.กรุงเทพฯ, นายประสาร มฤคพิทักษ์ และ พล.ต.ต.เกริก กัลยาณมิตร ส.ว.สรรหา ร่วมกันแถลงข่าวเชิญชวนประชาชนรณรงค์คัดค้านการชุมนุมของคนเสื้อแดง เนื่องจากสุ่มเสี่ยงที่จะนำไปสู่ความรุนแรง

          สาระสำคัญในคำแถลงคือ กลุ่ม 40 ส.ว. ขอเรียกร้องให้ผู้ที่จะเข้าร่วมชุมนุมโปรดไตร่ตรองอย่างรอบคอบ เพราะเป้าหมายการชุมนุมไปไกลเกินกว่าการเรียกร้องให้ยุบสภาไปแล้ว แต่กลายเป็นการก่อจลาจลเพื่อหวังช่วยเหลือให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นักโทษอาญาแผ่นดินพ้นผิด และขอให้ประชาชนและชุมชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และยกระดับการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น

          เพราะการก่อการจลาจลเป็นการทำลายความสงบสุขของประเทศชาติและประชาชน ดังนั้น ประชาชนพลเมือง เครือข่ายชุมชนกรุงเทพฯ ประชาชนทั่วประเทศ ต้องลุกขึ้นมาจัดตั้ง และจัดการตนเองในการเฝ้าระวังความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สินของตนเองและชุมชน แล ะร่วมกันต่อต้านการจลาจล

องค์กรกลางค้านยุบสภา

          ขณะที่มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย ออกแถลงการณ์คัดค้านยุบสภา ต้านแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนักการเมือง รัฐบาลไม่จำเป็นต้องยุบสภา หรือรับปากว่าจะยุบสภาภายในเวลากี่เดือนก็ตาม แต่รัฐบาลควรรับปากกับประชาชนว่า ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ไม่ถึง 2 ปีนี้ รัฐบาลจะพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในประเด็นที่ไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ด้วยความมุ่งมั่น เอาจริงเอาจัง เช่นเดียวกับฝ่ายค้าน ควรหันกลับไปเล่นการเมืองในสภา ใช้กลไกการตรวจสอบถ่วงดุลที่มีทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ด้วยความมีเหตุผล และใช้ข้อเท็จจริงเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบ เมื่อถึงวันเลือกตั้งภายใต้กติกาใหม่ที่ดีกว่าปัจจุบัน แล้วประชาชนจะเป็นฝ่ายตัดสินเองว่า พรรคฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง

          ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) กล่าวถึงผลการประชุม ศอ.รส.ว่า การชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงในวันที่ 3 เมษายนนี้ ที่ประชุมรายงานยอดผู้มาชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ขณะนี้พบว่ามียอดอยู่ 2,500 คน สำหรับยอดผู้ชุมนุมที่จะมาในวันเสาร์นี้ ศอ.รส.ไม่วิตกกังวลกับตัวเลขว่าจะมีเท่าไหร่ แต่จากการข่าวประมาณยอดว่าจำนวนผู้ชุมนุม ไม่น่าจะมีจำนวนมากกว่าการชุมนุม ใหญ่ 2 ครั้งที่ผ่านมา และมีแนวโน้มว่าจะน้อยลงกว่าเดิม เพราะประชาชนทยอยกลับบ้านจำนวนมาก ชึ่งจากการวิเคราะห์ยอดผู้ชุมนุมที่จะเดินทางมาชุมนุมในวันเสาร์นี้ ยอดของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือใกล้เคียงกัน โดยภาคเหนือยอดผู้ชุมนุม 4,500 คน ส่วนภาคอีสานยอด 3,000 คน

          ถามว่า เวทีเสื้อแดงระบุว่ามีทหารลาออกจากหน้าที่ในช่วงที่มีการชุมนุม พ.อ.สรรเสริญตอบว่า เป็นกำลังของกองทัพภาคที่ 1 แต่เป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นลาออกตามโครงการเออร์ลีรีไทร์ ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง ซึ่งเบื้องต้นทราบว่ามีการลาออกไป 8 นาย เป็นนายทหารระดับต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตร เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนที่ต้องดำเนินการมากว่า 6 เดือนแล้ว

          นางกาญจนี วัลยะเสวี แกนนำเครือข่ายประชาสังคมหยุดระบอบทักษิณ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช. ว่า ขณะนี้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหลายคน กำลังไม่พอใจกับบทบาทของท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล ที่ไปทำพิธีถวายความจงรักภักดีที่เวทีคนเสื้อแดง โดยเห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะผู้ชุมนุมมีเจตนาชัดเจนว่าต้องการโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้นผู้ใหญ่หลายคนจึงฝากถามมาว่า ท่านผู้หญิงวิระยาจะรับผิดชอบการกระทำของตัวเองอย่างไร

          นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือแซ่ด่าน แกนนำกลุ่มแดงสยาม กล่าวว่า ที่ผ่านมาทุกวัน พ.ต.ท.ทักษิณพูดแค่เพียงปลุกมวลชน พร่ำบอกว่าจะชนะอยู่ทุกวันหรือชนะแล้วอยู่ทุกวัน ซึ่งการออกมาบอกว่าจะต้องปิดเกมก่อนวันที่ 6 เม.ย.นั้น จริงๆ แล้วจะใช้มาตรการใดมาปิดเกม ถ้าจะปิดเกมด้วยความรุนแรง แดง 3 เกลอจบ และคิดว่าหมดเวลาแล้ว และต้องมาทบทวนกระบวนการทั้งหมด

          วันเดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณโพสต์ข้อความผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ดอตคอมว่า "ตอนนี้อยู่ดูไบแล้วครับ ได้ข่าวจากเมืองไทยว่ามี mail forward กันวุ่นว่าผมเป็นมะเร็ง ผมร่วงหมด รู้สึกขำดี โบราณท่านว่ามีคนแช่งแบบนี้อายุจะยืน สาธุ ผมไปตรวจร่างกายที่มอสโกมา ผลดีมาก มีคอเลสเตอรอลตัวหนึ่งที่เรียกว่าตัวดีสูงเกินปกติไปนิดเดียว นอกนั้นดัชนีทุกตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติหมด แข็งแรงดีครับ"

          นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังได้ส่งข้อความ SMS ผ่านทางโทรศัพท์มือถือแก่สมาชิกที่สมัครรับข่าวสารว่า ต่อสู้เพื่ออนาคตลูกหลานต้องใช้เวลา/ ความอดทนมาก สู้สู้อย่าท้อ 3 นี้สู้ต่อ.

ขอขอบคุณข้อมูลจาก





คิดอย่างไรกับเรื่อง: บุกจุฬาฯ ขู่หายนะ ปิดมหาวิทยาลัย - เสื้อชมพูนัดรวมพล ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
บุกจุฬาฯ ขู่หายนะ ปิดมหาวิทยาลัย - เสื้อชมพูนัดรวมพล โพสต์เมื่อ 2 เมษายน 2553 เวลา 12:10:24 12 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP