สั่งลดจำนวนเด็กอนุบาล-ประถม เหลือ 30 คนต่อห้อง



          กระทรวงศึกษาธิการ สั่งลดจำนวนเด็กอนุบาล-ประถม เหลือ 30 คน ต่อ 1 ห้อง ชี้ให้ครูดูแลเด็กได้อย่างใกล้ชิดทั่วถึง ภายใน 5 ปี พร้อมสั่งเด็ดขาดปรับลดกิจกรรม 10%

          วันที่ 27 มีนาคม 2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ประชุมคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สภาปฏิรูปแห่งชาติ เสนอให้มีการจำกัดขนาดของห้องเรียน โดยการกำหนดจำนวนนักเรียนต่อห้องเรียนนั้น พล.ร.อ. ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะอำนวยการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้ข้อสรุปการกำหนดเแนวทางดังนี้

ระดับอนุบาลมีครู 1 คนต่อนักเรียน 30 คน

ระดับประถมศึกษาครู 1 คนต่อนักเรียน 30 คน

ระดับมัธยมศึกษาให้ครู 1 คนต่อนักเรียน 40 คน


          อย่างไรก็ตามจะไม่มีการเร่งรัดเพื่อให้ทางโรงเรียนมีการปรับตัว แต่จะให้เวลาในการปรับเปลี่ยนให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี ทั้งนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะต้องดำเนินการยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดกลาง ขนาดเล็กที่อยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ควบคู่กันไป เพื่อให้สามารถรองรับจำนวนนักเรียนที่เพิ่มมากขึ้น โดยเน้นไปยังโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูง ที่มีนักเรียนกว่า 50 คนต่อครู 1 คน

          ทั้งนี้ พล.ร.อ. ณรงค์ ระบุว่า วัตถุประสงค์ในการลดจำนวนนักเรียนเป็น 30 คน ต่อครู 1 คนนั้น เพื่อให้ครูสามารถใกล้ชิดนักเรียนได้มากที่สุด เพราะการเรียนการสอนในระดับอนุบาลถึงประถมศึกษามีความสำคัญ ซึ่งครูจะต้องใส่ใจและใกล้ชิดกับเด็ก

          พร้อมกันนี้ ในที่ประชุมได้มีการเสนอให้ยกเลิกการจัดสอบประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือเอ็นที ของนักเรียนชั้นประถมปีที่ 3 แต่มีการพิจารณาแล้วว่าการสอบดังกล่าวยังมีความจำเป็นเนื่องจากเป็นการประเมินว่าเด็กยังมีจุดด้อยหรือจุดแข็งในวิชาใดบ้าง สำหรับการยกเลิกการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับเขตพื้นที่ฯ หรือการสอบลาส สำหรับนักเรียนชั้นประถมปีที่ 2, 4, 5 และมัธยมศึกษาปีที่ 1, 2 และ 5 นั้น ที่ประชุมมีมติให้ยกเลิกภายในปีการศึกษา 2558 เนื่องจากเป็นลักษณะการประเมินภายในของเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งปกติโรงเรียนมีการทดสอบนักเรียนในช่วงชั้นดังกล่าวอยู่แล้ว การสอลลาสจึงไม่มีความจำเป็นมากนัก

          อย่างไรก็ตาม พล.ร.อ. ณรงค์ กล่าวว่า ต้องปรับปรุงระบบการประเมินนักเรียนให้เข้มข้นมากขึ้น นอกจากนี้ในที่ประชุมระบุว่า การทำกิจกรรมนอกห้องเรียนของโรงเรียนต่าง ๆ นั้นเฉลี่ยปีละ 84 วัน จากเวลาเรียนทั้งหมดประมาณ 200 วัน หรือคิดเป็น 40% ขอเวลาเรียนทั้งหมด ทำให้ครูและเด็กไม่มีเวลาอยู่ในห้องเรียน ซึ่งที่ประชุมได้มีมติให้ปรับลดกิจกรรมนอกห้องเรียนให้เหลือไม่เกิน 10% หรือประมาณ 20 วันของเวลาเรียนทั้งหมด และทางกระทรวงศึกษาธิการจะประกาศเป็นนโยบายในปีการศึกษา 2558 ต่อไป

ภาพจาก Ice Cherry
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก


เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
สั่งลดจำนวนเด็กอนุบาล-ประถม เหลือ 30 คนต่อห้อง อัปเดตล่าสุด 27 มีนาคม 2558 เวลา 16:12:15 1,372 อ่าน
TOP
x close