

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก กลุ่มคัดค้านการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก
ม็อบต้านยุบโรงเรียนปักหลักชุมนุมหน้ากระทรวงศึกษาธิการ ระบุ การยุบโรงเรียนแล้วใช้รถตู้รับ-ส่งเด็ก เป็นวิธีแก้ปัญหาที่แย่ที่สุด ทางที่ดีควรเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมจัดการศึกษาด้วย
เมื่อวานนี้ (30 พฤษภาคม 2556) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. ที่บริเวณลานพระราชวังดุสิต ได้มีกลุ่มผู้ปกครองและนักเรียนจากโรงเรียนทางเลือก ประมาณ 200 คน มารวมตัวกัน ภายใต้การนำของสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทยและชมรมเครือข่ายโรงเรียนชุมชน ก่อนมีการเคลื่อนขบวนมาตั้งเวทีบริเวณหน้าประตูกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อยื่นแถลงการณ์เรียกร้องให้ ศธ. ชะลอการยุบรวม ยุบเลิก โรงเรียนขนาดเล็กพร้อมเปิดทางให้ทุกภาคส่วนเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา โดย ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้มาร่วมรับฟังและชี้แจงกับผู้ร่วมชุมนุม
นายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ เลขาธิการสมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทยและชมรมเครือข่ายโรงเรียนชุมชน กล่าวว่า ภายหลังมีข่าวว่า ศธ. จะยุบรวม ยุบเลิก โรงเรียนขนาดเล็ก ทำให้ชาวบ้านเกิดความกังวลใจอย่างมาก ขณะเดียวกันก็ยังไม่มีความคืบหน้าในกรณีที่ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศธ. สั่งการให้ตั้งกรรมการร่วมภาคราชการและประชาสังคม เพื่อกำหนดนโยบายและแนวทางพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กร่วมกัน ดังนั้นทางสมาคมฯ จึงระดมตัวแทนจาก 4 ภาค มาทวงถามความชัดเจนอีกครั้ง โดยจุดยืนคือต้องการให้ ศธ. ชะลอการยุบรวม ยุบเลิก โรงเรียนขนาดเล็กไว้ก่อน รอให้มีการจัดตั้งกรรมการร่วมเพื่อกำหนดนโยบายโรงเรียนขนาดเล็ก เป็นการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
ทั้งนี้ ตนอยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสร้างความเข้าใจกับชุมชน ให้ทุกภาคส่วนมาร่วมจัดการศึกษา ไม่ใช่ใช้วิธีการยุบรวมโรงเรียนแล้วใช้รถตู้ขนส่งเด็ก ซึ่งเป็นวิธีที่แย่ที่สุด และอยากให้ ดร.ชินภัทร ทำตามที่พูดไว้เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2556 ว่า ยุบโรงเรียนจะเป็นทางเลือกสุดท้าย แต่สถานการณ์ในพื้นที่กลับเป็นตรงกันข้าม ยังคงมีการดำเนินการของเขตพื้นที่การศึกษาที่ขัดขวางการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก เช่น การไม่ยินยอมให้ชาวชุมชนมีส่วนร่วมในการรักษาและพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก หรือการไม่ยอมส่งคนที่มีความตั้งใจจริงมาเป็น ผอ.โรงเรียนขนาดเล็ก ทางสมาคมฯ จึงมารวมตัวกันอีกครั้ง พร้อมจัดเวทีเสวนารับฟังความเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ จำนวน 5 เวที ระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2556 โดยมีนักเรียน ผู้ปกครอง ผู้จัดการศึกษา ทั้งของรัฐ เอกชน ท้องถิ่น รวมถึงการศึกษาทางเลือกเข้าร่วมด้วย ก่อนจะนำความคิดเห็นจากเวทีเสวนาดังกล่าวมาจัดทำเป็นข้อเสนอแนะต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย
อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมพบว่า ทั้ง 5 เวที ต่างต้องการให้มีการปลดล็อคการจัดการศึกษา โดยลดข้อจำกัดและสร้างโอกาสการในการเข้าถึงการศึกษาอย่างหลากหลาย ได้แก่
1. ให้รัฐเลิกผูกขาดการจัดการศึกษา ด้วยการปรับลดบทบาทมาทำหน้าที่กำกับนโยบายและติดตามผล โดยหันไปส่งเสริมและสนับสนุนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมแทน
2. ปลดล็อคการจัดการศึกษา ด้วยการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางให้ยืดหยุ่นและก่อให้เกิดหลักสูตรการจัดการศึกษาที่หลากหลาย สอดคล้องกับบริบทสังคมและความแตกต่างของผู้เรียน
3. ปลดล็อคการวัดและประเมินผลด้วยการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) และการประกันคุณภาพการศึกษา โดยสร้างระบบวัดผลที่มีความยืดหยุ่นสอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของสถานศึกษา ผู้เรียนและบริบทสังคมมาแทน
4. ปลดล็อคอุปสรรคของการศึกษาทางเลือก ด้วยการจัดตั้งสถาบันการพัฒนาการจัดการศึกษาตามมาตรา 12 ของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
สำนักข่าวทีนิวส์





