ศธ.เผยนักเรียนบดินทรฯ ไม่ได้สิทธิ์เข้า ม.4 หมด ช่วยหา ร.ร.ใหม่


รับแจ้งเตือนข่าวใหม่ ประเด็นฮิตทางมือถือ คลิกที่นี่ <<





เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Youtube.com โพสต์โดย LadyBimbettes

             กลายเป็นข่าวครึกโครมที่น่าหวั่นวิตกเป็นอย่างมาก เมื่อเด็กนักเรียนโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ที่กำลังจะขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ได้ประท้วงอดข้าวอดน้ำ เรียกร้องความเป็นธรรมเกี่ยวกับโอกาสในการเข้าเรียน เนื่องจากพบว่า หลักเกณฑ์ในการรับนักเรียนไม่ชอบมาพากล และทางผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือว่าผู้อำนวยการโรงเรียนก็ยังไม่สามารถหาข้อสรุปเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวได้ ทั้ง ๆ ที่โรงเรียนมีกำหนดเปิดในวันพรุ่งนี้ (23 พฤษภาคม) แต่ยังมีเด็กนักเรียนที่ไม่มีที่เรียนอยู่นับร้อยคน

             ทั้งนี้ ในช่วงเย็นของวันที่ 21 พฤษภาคม 2555 รายการเจาะข่าวเด่น ได้เชิญทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง และนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาพูดคุยถึงประเด็นนี้ ว่าทำไมนักเรียนที่เกรดเฉลี่ยต่ำกว่า และไม่ใช่เด็กโควต้ากิจกรรม ถึงมีสิทธิเข้าเรียน

             โดยทางโรงเรียนบดินทรเดชาฯ มีนักเรียนราว 900 กว่าคน และตามหลักเกณฑ์การรับนักเรียนเดิมเข้าศึกษาต่อนั้น ให้โอกาสถึง 80% จากจำนวนทั้งหมด ส่วน 20% ที่เหลือ จะเป็นเด็กที่อื่น ซึ่งอาจจะเป็นเด็กนักเรียนเก่าที่ถูกตัดสิทธิมาสอบใหม่ก็ได้ แต่ทั้งนี้เป็นที่น่าสงสัยว่า ทำไมทางโรงเรียนถึงตัดจำนวนเด็กเก่าเพียง 556 ทั้ง ๆ ที่วัดจากจำนวน 80% นั้น จำนวนนักเรียนที่มีสิทธิได้เข้าเรียนจะต้องมีราว ๆ 700 คน อีกทั้งนักเรียนที่มีสิทธิเข้าศึกษาต่อบางคนได้เกรดต่ำกว่านักเรียนที่ถูกตัดสิทธิ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เด็กกิจกรรม




             เกี่ยวกับเรื่องนี้ ตัวแทนนักเรียนเดิมของโรงเรียนบดินทรเดชาฯ  นางสาวพาขวัญ บุญพิเชษฐ์ ได้กล่าวว่า ตนก็เป็นหนึ่งในจำนวนเด็กที่ไม่มีสิทธิเรียนต่อ เนื่องจากเกรดตนต่ำเพียง 1.57 ซึ่งทางโรงเรียนได้ตัดเกรดต่ำสุดคนที่ 556 ในเกรดเฉลี่ย 3.16 พอตนรู้ว่าตัดเกรดมาไม่ถึง ตนก็อ่านหนังสือสอบเพื่อเข้าแข่งขันในส่วนของ 20% ที่เหลือ แต่ก็ปรากฎว่าสอบไม่ผ่าน ซึ่งตนก็ยังไม่ได้ซีเรียสอะไร เพราะตนเป็นเด็กกิจกรรมวงโยธวาทิต และมั่นใจว่าอย่างไรก็ได้เข้าเรียน เนื่องจากผู้อำนวยการโรงเรียน เคยการันตีในการช่วยเด็กกิจกรรมเอาไว้





             ขณะที่ คุณปรียา สิงห์บุตร ผู้ปกครองของนักเรียนรายหนึ่ง กล่าวว่า ลูกของตนก็เป็นเด็กกิจกรรมวงโยฯ เช่นเดียวกัน และเรียนได้เกรดเฉลี่ย 2.23 เป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งหลายแห่ง ทุ่มเทให้กับกิจกรรมโรงเรียน ไม่ว่าตีสามตีสี่ ถ้าโรงเรียนนัดลูกของตนก็จะไปตลอด พอตนรู้ว่าลูกตนโดนตัดสิทธิไม่ได้อยู่ใน 80% ทั้งลูกและตนก็เสียใจ แต่ก็แอบหวังอยู่ลึก ๆ เนื่องจากลูกของตนเป็นเด็กกิจกรรม แต่ผลสรุปลูกตนก็ไม่มีสิทธิเรียนต่อ ทั้ง ๆ ที่เพื่อนของลูกที่เกรดต่ำกว่า แต่ได้เรียนต่อ ต่อมาก็มีผู้ปกครองพูดต่อ ๆ กันว่า ถ้าอยากให้ลูกเรียนให้เขียนเงินบริจาค ซึ่งตนก็เขียนไป 3 หมื่นบาท ส่วนผู้ปกครองเพื่อนลูกเขียนไปเป็นแสน แต่ก็ไม่สามารถเข้าเรียนต่อได้เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ตนอยากจะถามว่า ถ้าตนไม่มีเงิน ลูกของตนจะไม่มีสิทธิเข้าเรียนเลยหรืออย่างไร อีกทั้งยังเป็นเด็กกิจกรรม ทำชื่อเสียงให้กับโรงเรียน ทำไมถึงไม่ได้โควต้ากิจกรรม ทั้ง ๆ ที่เกรดสูงกว่าเด็กบางคนที่มีสิทธิเรียนต่อ





             ส่วนทางด้าน วรรณพร เศรษฐโชดึก พี่สาวของนักเรียนรายหนึ่ง ได้กล่าวว่า น้องของตนไม่ได้เป็นเด็กกิจกรรม และได้เกรดเฉลี่ย 2.66 แต่เด็กนักเรียนความประพฤติดี วัดเกรดทั้งระดับชั้นแล้วอยู่ในลำดับที่ 711 พอทราบว่าทางโรงเรียนตัดสิทธินักเรียน 80% ในจำนวน 556 คน น้องของตนไม่ติด แต่ก็ไม่เอะใจอะไร เพราะรอคนสละสิทธิ ต่อมามีคนสละสิทธิจำนวน 88 คน ก็ยังเรียกไม่ถึงน้องตนอยู่ดี คราวนี้ตนเลยมาลองคำนวณว่า ในจำนวน 80% ของนักเรียนทั้งหมด มันน่าจะมากกว่า 556 คน แล้วถ้าตัดคนที่สละสิทธิออก 88 คน ก็จะเรียกถึงน้องตนอย่างแน่นอน ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่น่าสงสัยว่า ในจำนวน 80% มีจำนวนนักเรียนกว่า 100 คน ที่เพิ่มมาได้อย่างไร นอกจากนี้ ตนยังได้ทราบอีกว่า เพื่อนของน้องที่ไม่ได้เป็นเด็กกิจกรรม แต่ได้เกรดน้อยกว่าน้องตน ทำไมถึงถูกเรียนเข้าไปอยู่ในกลุ่ม 80%

             อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับข้อคำถามทั้งหมด นายชินภัทร ได้กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ส่วนข่าวที่ออกมาว่าจะให้นักเรียนเก่าเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ทั้งหมดนั้น เป็นไปไม่ได้ ซึ่งเมื่อหารือกับทางผู้อำนวยการเขตทั้ง 42 เขต และทางผู้อำนวยการโรงเรียนแข่งขันสูง ได้ทางเลือกออกมา 3 ทาง ดังนี้

             1. พัฒนาโรงเรียนคู่พัฒนา โดยการสร้างอาคาร จัดซื้ออุปกรณ์ของให้กับโรงเรียนคู่พัฒนา และแลกเปลี่ยนบุคลากร
             2. โรงเรียนคู่แฝด ทำเหมือนกรณีโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการสุวรรณภูมิ ที่แตกออกมาจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ เนื่องจากมีเด็กจำนวนมาก
             3. ขยายห้องเรียน (เป็นทางเลือกสุดท้ายจริง ๆ )




             ส่วนกรณีของเด็กโควต้าพิเศษนั้น นายชินภัทร กล่าวว่า อาจจะเป็นเรื่องผิดพลาดทางการสื่อสาร เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า โรงเรียนบดินทรเดชาฯ มีความเป็นเลิศด้านกิจกรรมหลายด้าน โดยเฉพาะวงโยธวาทิต สำหรับในกรณีนี้ทางโรงเรียนมีเปอร์เซ็นต์ในส่วนของเด็กโควต้า แต่ก็ไม่ใช่ว่าเด็กโควต้าทุกคนจะมีสิทธิเรียนต่อหมด ทั้งนี้ต้องวัดจากหลาย ๆ ด้าน ทั้งการเรียน และต้องเป็นตัวเต็ง ตัวเด่นในกิจกรรมนั้น ๆ ซึ่งอาจจะมีเด็กที่เกรดต่ำกว่า แต่กิจกรรมเลิศกว่า มีสิทธิเข้าเรียนต่อก็ได้

             นายชินภัทร กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นในเรื่องการจัดสรรโอกาส อาจจะเป็นการผิดพลาดของทางโรงเรียนในการตัดเปอร์เซ็นต์ของเด็กมีสิทธิเข้าเรียนก็เป็นได้ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ได้กำหนดมาอย่างชัดเจนตั้งแต่ปลายปี 2554 แล้วว่า โรงเรียนจะต้องจัดแผนรับนักเรียนชั้น ม. 4 ห้องละไม่เกิน 50 คน และในจำนวนนั้นจะต้องจัดสรรโอกาสให้นักเรียนโรงเรียนเดิม 80% และ 20% สำหรับนักเรียนอื่น นอกจากนี้ยังรวมไปถึงโอกาสของโควต้านักเรียนกิจกรรมด้วย ส่วนข้อเท็จจริงในเรื่องแป๊ะเจี๊ย เรื่องนี้เป็นไปได้ยาก และถ้าหากมีการรับแป๊ะเจี๊ยเกิดขึ้น เป็นไปได้ว่าทางคณะกรรมการที่รับนักเรียนจะต้องมีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้ ซึ่งถ้าผู้ปกครองคนไหนมีเบาะแสเกี่ยวกับเรื่องแป๊ะเจี๋ย สามารถโทรแจ้งได้ที่ 1579

             อย่างไรก็ตาม นายชินภัทร กล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาในเรื่องนี้ ไม่สามารถแก้ได้ภายในวันสองวัน เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน และต้องส่งพิจารณาถึงในระดับกระทรวง แต่ทั้งนี้ จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น ซึ่งคาดว่าจะทราบผลภายใน 1 สัปดาห์

ศธ.เผยนักเรียนบดินทรฯ ไม่ได้สิทธิ์เข้า ม.4 หมด 

             ล่าสุดในวันนี้ (22 พฤษภาคม) นับเป็นเวลากว่า 4 วันแล้ว ที่มีการชุมนุมเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) และข้อสรุปที่ได้วันนี้ ก็ทำให้นักเรียนต้องผิดหวัง เพราะหลังจาก ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แถลงยืนยันระบบการทำงานของกระทรวง ที่มีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม และก็ได้เดินออกจากห้องแถลงข่าวไป โดยไม่ให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์ในประเด็นสำคัญที่ว่า นักเรียนชุมนุมจะเข้าเรียนต่อที่เดิมได้หรือไม่

             จากนั้น นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการ สพฐ. เป็นผู้แถลงข่าวต่อ ได้แจ้งว่าให้นักเรียนที่มาชุมนุมทั้งหมด แจ้งเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อจะดำเนินการหาโรงเรียนคุณภาพใกล้เคียงให้และอยู่ในพื้นที่ เพราะจะต้องรักษากฎเกณฑ์ของกระทรวง มิเช่นนั้น เขตพื้นที่การศึกษาอื่น ก็จะหยิบยกเหตุการณ์ดังกล่าวมาเป็นข้อเรียกร้อง ถ้าพบว่า นักเรียนถูกลิดรอนสิทธิ์จริงก็จะมีการดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป แต่ถ้าไม่อยู่ในกรณีดังกล่าวจะต้องจัดหาที่เรียนให้ใหม่ และจะพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพใกล้เคียงกันต่อไป

ผู้ปกครองบดินทรฯ เศร้า ไม่ได้เรียนทั้งหมด ยันทวงสิทธิ์ต่อ

             ทั้งนี้ บรรยากาศระหว่างการแถลงข่าว กรณีนักเรียนโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ชุมนุมเรียกร้องสิทธิ์ ได้มีผู้ปกครองหลายคน แสดงความไม่พอใจและขอความชัดเจนในข้อสรุปที่ว่า นักเรียนที่ร่วมชุมนุมจะไม่มีสิทธิ์เข้าเรียนที่โรงเรียนบดินทรเดชา ทั้งหมด แต่ทางกระทรวงศึกษาธิการ ก็ได้ยืนยันหลักเกณฑ์เดิม โดยขอให้ผู้ปกครองที่มาในวันนี้ ลงทะเบียนและแจ้งรายละเอียดเป็นกรณีไป

             ภายหลังการแถลงข่าวยุติลง นายอภิวัฒน์ ศอฐานวณุศักดิ์ นักเรียนที่ร่วมชุมนุมกล่าวว่า รู้สึกผิดหวังและเสียใจที่ผลสรุปออกมาไม่เป็นไปอย่างที่คาดหมายไว้ แต่ก็ยังมั่นใจว่ามีสิทธิ์เข้าศึกษาต่อยังโรงเรียนเดิม เช่นเดียวกับ นางพิกุล ปรียาสินบุตร ผู้ปกครองนักเรียน กล่าวว่า ข้อสรุปในครั้งนี้แม้จะสร้างความผิดหวัง แต่ก็เข้าใจหลักเกณฑ์และเห็นใจคณะทำงาน ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วก็ต้องดำเนินการเรียกร้องสิทธิ์ต่อไป เพราะผลที่ออกมายังไม่มีคำตอบชัดเจน





 จับเข่าคุย นักเรียนบดินทรเดชาอดข้าวประท้วง ในเรื่องเจาะข่าวเด่น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
, รายการเจาะข่าวเด่น






คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !




แอพแรกที่คุณเลือก