
มหา\'ลัยเลื่อน"เปิดเทอม" เป็นเดือน"มกราคม"ปีหน้า (ไทยโพสต์)
มหาวิทยาลัยโดนน้ำท่วมเลื่อนเปิดเทอมเป็นเดือน ม.ค.55 ส่วนจุฬาฯ-มศว รอดูท่าทีเพราะน้ำยังไม่เข้า แต่คาดต้องเลื่อนเปิดเทอมด้วยเช่นกันเพราะบ้านของ นศ.และพนักงานประสบอุทกภัยเหมือนกัน
นายพินิติ รตะนานุกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยภายหลังประชุมหารือเพื่อวางแผนการจัดการศึกษาในภาคเรียนที่ 2/2554 ของสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยมีตัวแทนจากมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั้งทางตรงและทางอ้อมจำนวน 71 แห่ง, สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.), สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) และที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เข้าร่วมประชุม ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นตรงกันให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งไปพิจารณากำหนดเปิดภาคเรียนเองได้เลย ตามสถานการณ์ที่กำลังประสบอยู่ แต่ต้องเปิดเทอมหลังวันที่ 21 พ.ย.ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ประกาศเลื่อนให้ รร.ในสังกัด สพฐ.ในจังหวัดที่ประสบอุทกภัย
ทั้งนี้ พบว่ามีหลายมหาวิทยาลัยได้ประกาศเลื่อนเปิดภาคเรียนไปเป็นช่วงเดือนมกราคม 2555 แล้ว อาทิ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศูนย์รังสิต, มหาวิทยาลัยรังสิต (มรส.) และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (มกท.) ที่ได้รับผลกระทบมาก และไม่สามารถสูบน้ำออกจากมหาวิทยาลัยได้ เพราะอยู่ติดกับพื้นที่ชุมชนต่างๆ ดังนั้นจึงต้องรอดูจนกว่าสถานการณ์น้ำจะแห้งลง
รวมทั้ง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.), มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี รวมถึงโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยต่างๆ ซึ่งได้รับผลกระทบมาก ได้เลื่อนไปเปิดเทอมในเดือน ม.ค.55 ส่วนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ประสานมิตร ซึ่งยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่คาดว่าจะได้รับผลกระทบเร็วๆ นี้ ก็คาดว่าจะเลื่อนไปเปิดเทอมในเดือน ม.ค.เช่นกัน โดยเฉพาะจุฬาฯ ซึ่งมีบุคลากรและนักศึกษาได้รับผลกระทบจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม นักศึกษาสามารถติดตามข้อมูลการเปิดเทอมได้ทางเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยที่ศึกษาอยู่ และเว็บไซต์ของสกอ. http://www.mua.go.th/
รองเลขาธิการ กกอ.กล่าวอีกว่า ในส่วนของการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง หรือแอดมิชชั่น ยังยืนยันกำหนดเดิมคือคัดเลือกในช่วงเดือน เม.ย. ซึ่งคิดว่าไม่น่าจะได้รับผลกระทบ เพราะนักเรียนส่วนใหญ่เรียนจบชั้น ม.6 แล้ว แต่อาจจะมีปัญหาบ้างในส่วนของโรงเรียนสาธิตที่ต้องเปิดเทอมตามมหาวิทยาลัย ส่วนการสอบความถนัดทั่วไป หรือ GAT และความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ หรือ PAT ก็เห็นตรงกันว่าจะไม่เลื่อนอีกแล้ว เพราะหากเลื่อนไปอีกจะต้องปรับปฏิทินการศึกษาครั้งใหญ่เลย.
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
จากกรณีที่่นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศเลื่อนเปิดเทอมในสถานศึกษาทุกสังกัดของทั้งสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และมหาวิทยาลัยที่อยู่ในพื้นที่เขตการศึกษา 16 เขตทั่วประเทศ ซึ่งประสบภัยน้ำท่วมเต็มพื้นที่ ให้เลื่อนเปิดภาคเรียนโรงเรียนประถมศึกษา และมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่อยู่ใน 16 เขตพื้นที่การศึกษา โดยให้ทุกโรงเรียนเลื่อนเปิดภาคเรียนจากกำหนดเดิมเลื่อนไปเป็นวันที่ 15 พฤศจิกายน
นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนอีกจำนวน 198 โรง ในเขตพื้นที่อื่น ๆ รวม 25 เขต ที่จะต้องเลื่อนเปิดเทอมออกไปด้วย รวมถึงโรงเรียนเอกชนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) วิทยาลัยอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสถาบันอุดมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบนั้นให้เลื่อนเปิดเทอมออกไปด้วยเช่นกัน ส่วนสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาอี่น ๆ นั้น ให้อำนาจผู้บริหารแต่ละโรงเรียนพิจารณาเลื่อนเปิดเทอมตามความจำเป็นนั้น
ล่าสุด ทางศธ.กำลังพิจารณาเลื่อนการทดสอบความถนัดทั่วไปหรือ แกต และการทดสอบความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ หรือ แพต อีกครั้ง จากเดิมที่เลื่อนไปวันที่ 19-20 พฤศจิกายน และ 26-27 พฤศจิกายน โดยจะประกาศความชัดเจนอีกครั้งในวันที่ 28 ตุลาคมนี้
ในส่วนของมหาวิทยาลัยเอกชน มีสถานศึกษาที่ประกาศเลื่อนเปิดเทอมจำนวน 8 แห่ง ดังนี้
1. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จากเดิม เปิด 31 ตุลาคม เลื่อนไปเป็น 21 พฤศจิกายน
2. มหาวิทยาลัยเกริก จากเดิมเปิด 25 ตุลาคม เลื่อนไปเป็น 1 พฤศจิกายน
3. มหาวิทยาลัยนอร์ท กรุงเทพ จากเดิมเปิด 25 ตุลาคม เลื่อนไปเป็น 1 พฤศจิกายน
4. มหาวิทยาลัยรังสิต จากเดิมเปิด 25 ตุลาคม เป็น 1 พฤศจิกายน
5. มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จากเดิมเปิด 31 ตุลาคม เลื่อนไปเป็น 7 พฤศจิกายน
6. มหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ จากเดิมเปิด 25 ตุลาคม เลื่อนไปเป็น 31 ตุลาคม
7. มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จากเดิมเปิด 25 ตุลาคม เลื่อนไปเป็น 31 ตุลาคม
8. วิทยาลัยเซนต์หลุยส์ จากเดิมเปิด 25 ตุลาคม เฉพาะคณะศิลปศาสตร์ และกายภาพบำบัด เลื่อนไปเปิดเป็น 1 พฤศจิกายน
อย่างไรก็ดี นักศึกษาควรตรวจสอบข้อมูลผ่านเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยที่ตนเองศึกษาอยู่เป็นระยะ ๆ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก


[20 ตุลาคม] เลื่อนเปิดเทอมทุก รร. ใน 12 จ.น้ำท่วม เป็น 15 พ.ย.นี้
รับมือน้ำโจมตีกรุงเทพฯ ครม.มีมติให้ รร.ใน 12 จังหวัดประสบภัยน้ำท่วมเลื่อนเปิดเทอมเป็น 15 พ.ย. ส่วน "วิทยา" สั่งทุก รพ.ใน กทม.ส่งแผนรับมือน้ำท่วมภายใน 27 ต.ค. มั่นใจรับน้ำสูงได้ 1.5 ม. โดยเฉพาะ รพ.จุฬาฯ อาจไม่ท่วม แต่ทั่วไปให้เตรียมการรองรับน้ำสูงถึง 2 ม. ด้าน "อย." แก้ปัญหายาและเวชภัณฑ์ขาดตลาด โดยเฉพาะน้ำเกลือหายไป 30% ให้องค์การเภสัชฯ เป็นหน่วยงานกลางสั่งนำเข้ายาและเวชภัณฑ์ต่างประเทศ ขนส่งทางไปรษณีย์
สถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังไหลบ่าจ่อกรุงเทพฯ ชั้นในอยู่ในขณะนี้ ทำให้หลายหน่วยงานเตรียมตัวรับมือและปรับเปลี่ยนแผนรับสถานการณ์ โดยล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เลื่อนเปิดภาคเรียนที่ 2 ออกไปอีก จากเดิมที่ประกาศเลื่อนเปิดภาคเรียนไปแล้วเป็นวันที่ 7 พ.ย. 2554 กับสถานศึกษาในพื้นที่ประสบอุทกภัยจำนวน 12 จังหวัดในสังกัด ศธ. ได้แก่ กรุงเทพฯ, ชัยนาท, นครสวรรค์, นนทบุรี, ปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา, ลพบุรี, สิงห์บุรี, อ่างทอง, อุทัยธานี, สระบุรี และฉะเชิงเทรา ครั้งนี้ ศธ.จึงได้กำหนดเลื่อนเปิดภาคเรียนใหม่มาเป็นวันอังคารที่ 15 พ.ย.54 แทน
โดยนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศธ.กล่าวว่า หากมีการเปลี่ยนแปลงอื่นใดเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ขอให้สถานศึกษา นักเรียน ผู้ปกครองติดตามข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ของ ศธ. http://www.moe.go.th/ ทั้งนี้ มีเฉพาะมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศูนย์รังสิต แห่งเดียวเท่านั้นที่ขอเลื่อนเป็นวันที่ 28 พ.ย.54
ด้านกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีการเตรียมรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ เช่นกัน โดยนายวิทยา บุรณศิริ รมว.สธ. เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้เกี่ยวข้องในการเตรียมการเพื่อรองรับสถานการณ์น้ำท่วมในกทม.ว่า มีการหารือเตรียมการเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ซึ่งได้สั่งการให้ รพ.ทุกแห่งรายงานผลการเตรียมการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมให้ สธ.ทราบภายในวันที่ 27 ต.ค.54 ว่าเครื่องมือแพทย์ ยา และเวชภัณฑ์ต่างๆ เพียงพอรับผู้ป่วยได้กี่วัน รวมถึงแผนการส่งต่อผู้ป่วยไปยัง รพ.ที่ไม่ได้รับผลกระทบต่อไปด้วย เพราะต้องไม่ลืมเรื่องการส่งต่อต้องใช้ทั้งรถยกสูงและเรือ
รมว.สธ.กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ รพ.ต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ สามารถรองรับน้ำท่วมได้สูงประมาณ 1.5 เมตร และบาง รพ.สามารถให้บริการได้แม้จะมีน้ำท่วม เช่น รพ.จุฬาลงกรณ์ อย่างไรก็ตาม แม้ รพ.จะสามารถกั้นระดับน้ำได้ 1.5 เมตร แต่ตนได้สั่งการให้เตรียมรองรับสถานการณ์น้ำท่วมเอาไว้ถึง 2 เมตร
"ทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำให้เกิดความตื่นตระหนก แต่เพื่อให้พร้อมในการรองรับกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น และเพื่อให้มีความอุ่นใจ เพราะบาง รพ.สามารถอยู่ในน้ำได้เป็นเดือนๆ” นายวิทยากล่าว
สถานการณ์น้ำท่วมทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ ล่าสุด ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้หาทางแก้ปัญหา โดย นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการ อย.กล่าวว่า ขณะนี้มีโรงงานผลิตยาหลายแห่งถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถเดินเครื่องผลิตได้ รวมถึงที่มีการเก็บสต็อกไว้ก็ไม่สามารถขนส่งได้ ทำให้เกิดปัญหายาและเวชภัณฑ์บางชนิดขาดแคลน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงได้เชิญผู้ประกอบการยาทั้งผู้ผลิต, ผู้จำหน่าย, องค์การเภสัชกรรม (อภ.) และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (มหาชน) มาประชุมหารือร่วมกันเกี่ยวกับมาตรการเร่งด่วนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหายาขาดตลาด
ผลการประชุมมีมติใน 2 เรื่อง คือ 1.ในเรื่องการผลิต ขอให้ผู้ประกอบการยาทุกแห่งที่ได้รับผลกระทบจากเหตุวิกฤตการณ์น้ำท่วม แจ้งมายัง อย.ภายในวันที่ 4 พ.ย.54 ว่าจะประสานให้กับผู้ผลิตรายใดเป็นผู้ดำเนินการผลิตให้เป็นการชั่วคราว ซึ่งต้องผลิตทดแทนไปจนกว่าโรงงานเดิมจะสามารถเดินเครื่องการผลิตได้อีกครั้ง ขณะเดียวกัน อภ.จะเป็นหน่วยงานหลักในการสั่งนำเข้ายาบางตัวจากต่างประเทศในจำนวนเท่ากับที่ขาดหายไป และส่งมอบยาให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อกระจายไปยัง รพ.หรือร้านขายยาต่างๆ
สำหรับสิ่งที่กำลังขาด คือ น้ำเกลือและน้ำยาล้างไต โดยเฉพาะน้ำเกลือนั้นปกติมีผู้ผลิตอยู่ 4 ราย แต่บริษัทใหญ่ที่มีกำลังการผลิตมากได้รับความเสียหาย ทำให้น้ำเกลือขาดแคลนกว่า 30% ยังเหลืออีก 3 แห่งที่ได้เพิ่มกำลังการผลิตแล้ว อีกทั้ง อภ.ยังได้สั่งนำเข้ามาแล้วอีกเช่นกัน ส่วนน้ำยาล้างไตนั้น เบื้องต้นโรงงานที่ไม่ได้รับความเสียหายจะเพิ่มกำลังการผลิต
ปัญหาที่ 2 คือเรื่องการขนส่ง ทางบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (มหาชน) ยินดีให้บริการขนส่งไปทุกพื้นที่ ทั้งที่มีขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ยกเว้นยาหรือเวชภัณฑ์ที่ต้องควบคุมความเย็น ดังนั้น ขอให้บริษัทยาที่มีความประสงค์จะใช้บริการสามารถติดต่อได้ที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (มหาชน) ทันที
"2 มาตรการนี้จะทำให้มั่นใจว่า ยาจะไม่ขาดหายไปจากตลาดแน่นอน ดังนั้นในช่วงนี้หาก รพ.ใดขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์ ขอให้ใช้วิธีการหยิบยืมกันไปก่อน เพราะยาที่ อภ.สั่งเข้ามาจะถึงประเทศไทยภายใน 2 สัปดาห์" นพ.พิพัฒน์กล่าวและว่า บริษัทยาต่างยืนยันจะตรึงราคาให้ได้มากที่สุด ยกเว้นบางรายการที่มีราคาสูง เช่น ยานำเข้า.
ข่าวน้ำท่วม บริจาคผู้ประสบภัยน้ำท่วม คลิกเลยค่ะ ![]()
ขอขอบคุณข้อมูลจาก![]()

[24 ตุลาคม] เลื่อนเปิดเทอมทุก รร. ใน กทม. เป็น 15 พ.ย.นี้
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
สุขุมพันธุ์เลื่อนเปิดเทอมทุกโรงเรียนในกรุงเทพฯ เป็น 15 พฤศจิกายน ส่วนเรื่องมวลน้ำเหนือยังมีมวลน้ำขนาดใหญ่จ่อประชิด คาดว่ามาถึงปลายเดือนนี้
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครในขณะนี้ ทำให้ภาคประชาชน ภาครัฐและภาคเอกชนได้รับความเดือดร้อน ระบบการดำเนินงานหลายอย่างไม่สะดวก จึงทำให้ระบบทุกอย่างหยุดชะงัก รวมถึงสถาบันการศึกษาหลายแห่งก็ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมด้วยเช่นกัน และ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้พื้นที่สถาบันการศึกษาในพื้นที่ กทม. นั้นได้กลายเป็นศูนย์อพยพช่วยผู้ประสบภัย และล่าสุดทาง กทม. ได้ประกาศเลื่อนเปิดเทอมทุกโรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นวันที่ 15 พฤศจิกายน และชดเชยเวลาเรียนที่ถูกเลื่อนออกไปก่อนหน้านี้ในวันเสาร์และอาทิตย์แทน
นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ยังกล่าวอีกว่า จากข้อมูลของศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ทำให้ทราบว่า น้ำเหนือที่ท่วมในขณะนี้ยังเป็นเพียงทัพหน้า คาดว่าทัพหลวงกำลังจะมาก่อนปลายเดือนนี้ ซึ่งทาง กทม. เตรียมการรับมือไว้เรียบร้อยแล้วฅฅ
ข่าวน้ำท่วม บริจาคผู้ประสบภัยน้ำท่วม คลิกเลยค่ะ ![]()
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก


[20 ตุลาคม] มหาวิทยาลัยเลื่อนสอบ- เลื่อนเปิด ศธ.ไฟเขียวครูหยุด10วัน
มหาวิทยาลัยหนีภัยน้ำท่วม มองตรงกันยังไม่เห็นหนทางคลี่คลายชัดเจน กสพท.ออกประกาศเลื่อนสอบตรงแพทย์-ทันตแพทย์ไปเป็นวันที่ 25 ธ.ค.2554 ขณะที่จุฬาฯ เลื่อนเปิดเทอมออกไปอีกจาก 26 ต.ค. เป็น 7 พ.ย. ม.เกษตร เลื่อนเปิดจาก 31 ต.ค. เป็น 14 พ.ย. ส่วน ม.รามฯ ประกาศเลื่อนสอบไล่เทอม 1 ปีนี้ 43 จังหวัดทั่วประเทศ
ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อปฏิทินในระบบการศึกษาแล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา ขณะนี้มีการประกาศการเลื่อนสอบและการเปิดเทอมแล้วหลายสถาบัน ล่าสุดมีรายงานข่าวจากกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) แจ้งว่า เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา กสพท.ได้ออกประกาศ กสพท.ฉบับที่ 4 เรื่องการเลื่อนวันสอบวิชาเฉพาะ ภายหลังที่ประชุม กสพท.ได้มีมติเลื่อนการจัดสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต และหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต ปีการศึกษา 2555 เพราะได้เห็นตรงกันว่าสถานการณ์อุทกภัยได้ส่งผลกระทบในวงกว้าง และยังไม่มีวี่แววว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเมื่อไหร่ ดังนั้น จึงให้เลื่อนการสอบจากเดิมที่กำหนดสอบวิชาเฉพาะในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2554 เลื่อนไปเป็นวันที่ 25 ธันวาคม 2554 ทั้งนี้ ผู้สมัครสอบสามารถตรวจสนามสอบและพิมพ์บัตรประจำตัวผู้เข้าสอบใหม่หลังวันที่ 15 พฤศจิกายน 2554 ต่อไป
อย่างไรก็ตาม สามารถติดต่อสอบถามการสมัครสอบ กสพท.ปีการศึกษา 2555 ได้ที่หมายเลข 0-2419-6446, 0-2419-6463 เฉพาะวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 10.00-12.00 น. และเวลา 14.00-16.00 น. หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ กสพท.
รายงานข่าวจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแจ้งว่า ที่ผู้บริหารจุฬาฯ ได้เห็นตรงให้เลื่อนวันเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 จากวันที่ 26 ตุลาคมนี้ ไปเป็นวันที่ 7 พฤศจิกายน 2554 หลังจากเกิดเหตุการณ์อุทกภัยรุนแรงในปัจจุบัน นอกจากนั้นยังสั่งยกเลิกงานวันลอยกระทง ในวันที่ 10 พฤศจิกายน และเลื่อนงานจุฬาฯ วิชาการ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 23-27 พฤศจิกายน 2554 ออกไปอย่างไม่มีกำหนด
สำหรับทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) จากการโทรสอบถามข้อมูลของทีมงานเว็บไซต์กระปุกดอมคอมในเช้าวันนี้ (20 ตุลาคม) ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แจ้งว่าในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 จะมีการเลื่อนเปิดไปจากเดิมในวันที่ 31 ตุลาคม เป็นวันที่ 14 พฤศจิกายน แทน โดยสามารถโทรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2579-0113, 0-2942-8500-11
ผศ.ลีนา ลิ่มอภิชาต รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง (มร.) กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหารมหาวิทยาลัยว่า ในส่วนของ ม.รามฯ ก็มีการประกาศเลื่อนสอบไล่ประจำภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 ในส่วนของภูมิภาคนักศึกษาปริญญาตรี 43 จังหวัดเช่นกัน จากเดิมที่กำหนดสอบในช่วงปลายเดือน ต.ค.ให้เลื่อนไปเป็นวันที่ 14-15, 21-22 มกราคม 2555 แทน อย่างไรก็ตาม นักศึกษาสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่ม โทร.0-2310-8611 หรือ ru.ac.th
นอกจากนี้ ทางมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ประกาศเนื่องด้วยสถานการณ์น้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล มหาวิทยาลัยจึงขอปิดทำการ 2 วัน คือในวันที่ 20 และ 21 ตุลาคม 2554 และจะเปิดทำการตามปกติในวันอังคารที่ 25 ตุลาคม 2554 และขอเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 2/2554 จากวันที่ 25 ตุลาคม 2554 เป็นวันที่ 31 ตุลาคม 2554 สอบถามรายละเอียดเพิ่มที่ 02954-7300 กด 0 หรือ 538 หรือ 722
ไฟเขียวครูหยุด 10 วัน หนีน้ำทะลักเข้ากทม.
"วรวัจน์" สั่งข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของ ศธ.หยุดงานหนีน้ำเหนือถล่ม กทม.ชั้นในได้จำนวน 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 20-30 ต.ค.นี้ โดยไม่ถือว่าเป็นวันหยุดราชการ พร้อมปรับ ศธ.เป็นศูนย์บัญชาการอพยพคอยประสานความช่วยเหลือกับศูนย์ย่อย ศธ. 338 แห่งทั่วประเทศ ชี้หากเสื้อผ้านักเรียนได้รับความเสียหาย ศธ. - พม.จะดูแลให้ เบื้องต้นให้โรงเรียนสำรวจความเสียหายของนักเรียนก่อน
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2554 นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามนโยบายของรัฐบาลและ ศธ.ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุกทกภัยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของ ศธ.ทุกคนที่ไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ได้ สามารถหยุดงานประจำที่ทำอยู่ทุกอย่างได้เป็นเวลา 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 20-30 ต.ค.นี้ โดยไม่ถือว่าเป็นวันหยุดราชการ เนื่องจากคาดว่าเร็ว ๆ นี้ มวลน้ำจากภาคเหนือกำลังจะทะลักผ่านแนวกั้นเข้ามาท่วมพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน จึงอยากให้กลุ่มคนดังกล่าวประจำอยู่บ้าน เพื่อคอยเคลื่อนย้ายทรัพย์ไม่ให้ได้รับความเสียหาย
รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ได้สั่งให้ปรับ ศธ.เป็นศูนย์บัญชาการอพยพผู้ประสบภัยฉุกเฉินภาคการศึกษา คอยประสานความช่วยเหลือกับศูนย์อพยพของ ศธ.ที่มีอยู่แล้ว 338 ศูนย์ทั่วประเทศ ซึ่งสามารถรองรับผู้ประสบภัยได้กว่า 1.3 แสนคน ทั้งนี้ ยังได้สั่งการให้เตรียมหาสถานที่เพื่อขยายจำนวนศูนย์พักพิงบริเวณรอบของพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยด้วย เพื่อรองรับกับบางพื้นที่ที่อาจจะท่วมนาน โดยให้จัดหาสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ทำโรงครัว เครื่องปั่นไฟ และอุปกรณ์ต่างๆ ไว้รองรับประชาชนที่เดือดร้อนด้วย ทั้งนี้ ได้ให้โรงเรียนที่เปิดเป็นศูนย์อพยพ ติดป้ายประชาสัมพันธ์สายด่วน 1579 เพื่อจะเป็นสื่อกลางรับแจ้งข่าวสาร และเปิดให้ขอความช่วยเหลือต่อไป
อย่างไรก็ตาม สำหรับนักเรียนคนใดที่เสื้อผ้าชุดนักเรียนได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์อุทกภัยนั้น ศธ.ก็ได้ประสานกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดหาทุนเพื่อเยียวยาช่วยเหลือแล้ว แต่เบื้องต้นขอให้สถานศึกษาทำการสำรวจและส่งข้อมูลมายัง ศธ.เพื่อจะหารือร่วมกับ พม.กำหนดเป็นแนวทางที่ชัดเจนต่อไป
ขอขอบคุณข้อมูลจาก






