อัษฎางค์ ปฏิเสธทุกข้อขายปริญญาบัณฑิต




"อัษฎางค์" ปฏิเสธทุกข้อขายป.บัณฑิต (ไทยโพสต์)

          "อัษฎางค์" ปฏิเสธทุกข้อหา มอส.ไม่มีการซื้อขาย ป.บัณฑิต  แจงที่ขอระงับใบรับรองผลการศึกษาบัณฑิตเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนใช้ แบบฟอร์มผิดพลาด ยัน นศ.เรียนจริง แต่บางคนอาจติดขัดยังไม่ได้ไปฝึกสอน ส่วนหลักสูตรอื่น ๆ มีคุณภาพได้มาตรฐานไม่มีปัญหา "องค์กร" โต้กลับ มีหลักฐานมีครบทุกอย่าง เดี๋ยวก็รู้ใครผิดใครถูก "สุมนต์" สาวลึก นศ. 2 กลุ่ม ที่เป็นครูแล้วและเพิ่งจบ "ชินวรณ์" โวยมีผลงานยุบศูนย์นอกที่ตั้งไปแล้วจาก 700 เหลือ 70 แห่ง

          กรณีที่คุรุ สภาเปิดโปงมหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) มีการขายใบประกาศนียบัตรวิชาชีพครู หรือ ป.บัณฑิต ให้กับผู้ที่ต้องการวุฒิโดยไม่ได้เข้าเรียนจริงนำไปใช้ในการสมัครสอบครูผู้ ช่วยสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งผลการสอบสวนข้อเท็จจริงพบว่า เรื่องดังกล่าวมีมูล ทำให้คณะกรรมการอุดมศึกษามีมติให้ตั้งคณะกรรมการเข้าไปควบคุมการบริหาร ของมหาวิทยาลัยอีสาน ตามข่าวที่เสนอมาโดยตลอด

          ความคืบหน้าในกรณีการซื้อ ขายใบประกาศนียบัตรวิชาชีพครู หรือ ป.บัณฑิต เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 พ.ค. ที่ รร.ขอนแก่นบริหารธุรกิจและธุรกิจอาชีวศึกษา ที่ตั้งใน อ.เมืองฯ จ.ขอนแก่น ดร.อัษฎางค์ แสวงการ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) ได้เปิดแถลงข่าวชี้แจงกรณีการที่ มอส.ขอยกเลิกหนังสือรับรองผลการศึกษา ป.บัณฑิต มอส.

          โดยมีเอกสารชี้แจงกับสื่อมวลชน คือ เอกสารที่ มอส.267/ 2554 ลงวันที่ 25 เม.ย.2554 เรื่อง ขอชี้แจงเพิ่มเติมกรณีการขอยกเลิกหนังสือรับรองผลการศึกษา เรียน เลขาธิการคุรุสภา ตามที่มหาวิทยาลัยอีสานได้มีหนังสือรับรองผลการศึกษาของผู้สำเร็จการศึกษาใน หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู ว่า

          เหตุที่ขอยกเลิกหนังสือรับรองผลการศึกษา นักศึกษาในหลักสูตร ป.บัณฑิต เพราะการผิดพลาดเนื่องจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนได้นำแบบฟอร์มหนังสือรับรอง ที่ใช้สำหรับกรณีรับรองผลการศึกษาที่ได้รับการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยแล้ว มาใช้ ซึ่งข้อเท็จจริงนักศึกษาดังกล่าวยังมิได้ผ่านการอนุมัติ ให้ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพครูแต่อย่างใด และสาเหตุที่สภา มอส.ยังไม่อนุมัติให้ ป.บัณฑิต เพราะเมื่อวันที่ 25 มี.ค.2554 สภา มอส.ได้มีการประชุมสภามหาวิทยาลัยตามปกติ โดยที่ขณะนั้น นักศึกษาในหลักสูตร ป.บัณฑิต ดังกล่าวยังไม่สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร อาจทำให้มีนักศึกษาส่วนหนึ่งที่ได้รับหนังสือรับรองผลการศึกษามาโดยมิชอบตาม ที่เป็นข่าว กรณีนักศึกษาที่มีการเรียนการสอนครบถ้วน แต่การฝึกปฏิบัติการสอนอาจจะยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ มหาวิทยาลัยมีแผนที่จะเรียกตัวมาส่งไปฝึกสอนให้ครบถ้วนตามเกณฑ์ของหลักสูตร แล้ว สภามหาวิทยาลัยได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อนำเข้าสภา มอส. พิจารณาอนุมัติให้ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครูต่อไป

          "ผมขอชี้แจงถึง กรณี มอส.ได้มีหนังสือถึงคุรุสภาขอยกเลิกหนังสือรับรองผลการศึกษาของผู้สำเร็จการ ศึกษาในหลักสูตร ป.บัณฑิต ว่า เป็นการยกเลิกเพื่อให้นักศึกษานำหนังสือดังกล่าวมาติดต่อกับ มอส. เพื่อนำเสนอให้สภา มอส.อนุมัติให้ถูกต้อง เพราะมหาวิทยาลัยมีการจัดการเรียนการสอนจริง แต่ขั้นตอนการออกหนังสือรับรองยังไม่ถูกต้อง เพราะยังไม่ผ่านการอนุมัติของสภามหาวิทยาลัย"

          นายอัษฎางค์ กล่าวต่อมา ว่า วันที่ 9 พ.ค.2554 คณะกรรมการควบคุมของคณะกรรมการอุดมศึกษาที่ได้แต่งตั้งมาบริหาร มอส. ซึ่งมี รศ.ดร.สุมนต์ สกลชัย เป็นรักษาการอธิการบดี มอส.จะมีการประชุมรองอธิการบดี อาจารย์แต่ละสาขาวิชาใน มอส. เพื่อเสนอแผนการรับสมัครนักศึกษาในแต่ละคณะ ซึ่งตนเองขอยืนยันว่า มอส. มีปัญหาเฉพาะ ป.บัณฑิตเท่านั้น ส่วนสาขาอื่น ๆ ในมหาวิทยาลัยได้ผ่านการรับรองถูกต้องจากคณะกรรมการอุดมศึกษา และคุรุสภา ได้มาตรฐานอย่างแน่นอน

          "เรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยอีสาน โดยเฉพาะวุฒิ ป.บัณฑิต ผมเชื่อว่าเป็นเรื่องตัวบุคคลมากกว่า เพราะมีคนไปกล่าวอ้างว่าได้รับเอกสาร ป.บัณฑิตไม่ถูกต้อง กระทั่งให้ผมหยุดปฏิบัติงานชั่วคราวในตำแหน่งอธิการบดี " นายอัษฎางค์ กล่าว

           ขณะ ที่ นายองค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวถึงความคืบหน้าการเข้าไปตรวจสอบหาวิทยาลัยต่างๆ ว่า ขณะนี้คุรุสภาเตรียมเข้าไปตรวจสอบมหาวิทยาลัยที่มีการผลิตบัณฑิตหลักสูตร ป.บัณฑิต เป็นจำนวนมาก จนอาจเข้าข่ายความผิดปกติ ซึ่งได้รับรายงานจากคณะกรรมการที่สุ่มตรวจของคุรุสภา เบื้องต้นมีจำนวน 20 แห่ง ซึ่งตนก็ยังไม่ชี้ชัดว่ามีการซื้อขายใบ ป.บัณฑิตจริง เพียงแต่จะตรวจสอบเฉพาะมหาวิทยาลัยที่มียอดผลิตบัณฑิต ป.บัณฑิต สูงและที่ได้รับแจ้งเข้ามาเท่านั้น โดยการเข้าไปตรวจสอบจะต้องดูว่าหลักสูตรการเรียน การสอน เป็นไปตามเงื่อนไขที่คุรุสภากำหนดไว้หรือไม่ อาทิ การเปิดศูนย์การศึกษานอกที่ตั้ง และการไม่ไปฝึกปฏิบัติการสอน เป็นต้น ทั้งนี้ การตรวจสอบน่าจะเสร็จสิ้นได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ 

          เลขาธิการ คุรุสภากล่าวถึงกรณีที่นายอัษฎางค์ แสวงการ อดีตอธิการบดี  มอส.ออกมาโต้ว่าในช่วงที่ตนเป็นอธิการฯ ไม่มีการซื้อขายใบ ป.บัณฑิต เพียงแต่ปัญหามันเกิดจากขั้นตอนการส่งหนังสือที่คาดเคลื่อนให้คุรุสภา ว่า ตนคงจะไม่พูดต่อไปแล้ว ซึ่งต้องว่ากันไปตามหลักฐาน เรื่องนี้เป็นเรื่องต้องพิสูจน์ พยานเราก็มีเป็นสิบ แต่เบื้องต้นเมื่อผลสรุปที่ชี้ชัดยังไม่มี ก็คงไม่มีใครอยากยอมรับผิด ทั้งนี้ ตนกำลังคิดว่าจะหาทางเยียวยาบัณฑิตที่เรียนหลักสูตร ป.บัณฑิตจริงยังไง และเมื่อได้บทสรุปของหลักฐานจากการตรวจสอบของคุรุสภาและการมารายงานตัวของ บัณฑิตดังกล่าวแล้ว ก็คงจะระบุความผิดและตัวบุคคลที่กระทำผิดได้อย่างชัดเจน และในส่วนของยืนยันคุณภาพหลักสูตรนั้น ก็คงออกมาบอกปากเปล่าไม่ได้ แต่ต้องเข้าไปตรวจสอบ เพื่อไปดูกระบวนการเรียนและสอนว่าตรงตามมาตรฐานที่มาขอกับคุรุสภาหรือเปล่า

          "ถึง วันนี้ผมมีข้อมูลจากการสอบสวนเบื้องต้นในส่วนหนึ่งแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าออกมาพูดหรอก ปัจจุบันเราพูดกันแค่ปัญหาของบัณฑิต 531 รายเท่านั้น แต่ยังไม่พูดยังบัณฑิตที่เหลือพันกว่ารายเลย ทั้งนี้มหาวิทยาลัยจะผิดหรือไม่ผิดก็ขึ้นอยู่มหาวิทยาลัย การที่ส่งหนังสือมาหลายฉบับ ยกเลิกการรับรองสิทธิเป็นพันคน มันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แล้ว" เลขาคุรุสภา กล่าว

          ด้าน นายสุมนต์ สกลไชย อธิการบดีมหาวิทยาลัยอีสาน กล่าวถึงกรณีที่คุรุสภาเรียกบัณฑิตจำนวน 531 คน ที่คุรุสภาออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้แล้ว ซึ่งมารายงานตัวกับคุรุสภาแล้วกว่า 400 คน โดยบางคนระบุว่าเรียนจริงแต่เรียนจากศูนย์นอกที่ตั้ง ซึ่งถือว่าผิดหลักเกณฑ์และอาจถูกถอดใบอนุญาตฯ ว่า เรื่องนี้ตนจะตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นเพื่อดูแลปัญหาบัณฑิตหลักสูตร ป.บัณฑิต ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูไปแล้ว จำนวน 531 คน

          เบื้องต้นจะแยกบัณฑิตออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรก ผู้ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการครูและข้าราชการอื่นๆ แล้ว และกลุ่มสอง ผู้กำลังรอการประกาศผลสอบบรรจุครู ทั้งนี้ เรื่องนี้เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน อาทิ คุรุสภาที่ออกใบอนุญาตฯ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งเป็นต้นสังกัดของสถานศึกษาที่รับบรรจุครู อย่างไรก็ตามมหาวิทยาลัยจะเยียวยาให้บัณฑิตได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เพราะบัณฑิตไม่ทราบเรื่องดังกล่าว

           นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่มีคนกล่าวหา ศธ.ว่ามีการปล่อยให้ซื้อขายใบปริญญา อาทิ การซื้อขายใบ ป.บัณฑิต ว่า ตนมีนโยบายชัดเจนเรื่องการปิดศูนย์การศึกษานอกสถาน ที่ตั้งที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยก่อนที่ตนเข้ามาทำงานมีศูนย์การศึกษาฯ กว่า 700 ศูนย์ แต่ตนได้สั่งให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เข้าไปตรวจสอบศูนย์การศึกษาฯ ที่เปิดตามห้องแถว โรงแรม ปั๊มน้ำมัน และศาลาวัดว่าได้มาตรฐานหรือไม่ ถ้าไม่ได้มาตรฐานก็สั่งให้ยกเลิกไป ทำให้ในปีการศึกษา 2554 เหลือศูนย์การศึกษาฯ เพียงแค่ 70 กว่าแห่งที่ได้มาตรฐานเท่านั้น

          "ผมมีแผนจะปราบการซื้อขายปริญญาอย่าง ชัดเจน ไม่อย่างนั้นจะวางแผนล่อซื้อ ป.บัณฑิตเป็นปีเหรอ คนพูดก็พูดไปเรื่อยเปื่อย นโยบายไม่ชัดเจน ทำช้าบ้างล่ะ จริงๆ เราดำเนินการแก้ปัญหามาเยอะแล้ว ตอนนี้ส่งข้อมูลให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษดี (เอสไอ) กระทรวงยุติธรรม เข้าไปตรวจสอบเพื่อดำเนินการแก่ผู้กระทำผิด ซึ่งมั่นใจว่าคงไม่นานเกินรอ" นายชินวรณ์ กล่าว






ขอขอบคุณข้อมูลจาก




เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อัษฎางค์ ปฏิเสธทุกข้อขายปริญญาบัณฑิต อัปเดตล่าสุด 3 พฤษภาคม 2554 เวลา 15:05:33
TOP
x close