
"องค์กร"แย้ม รร.เอี่ยวขาย ป.บัณฑิต (ไทยโพสต์)
คุรุสภาสั่ง ม.อีสาน ส่งรายชื่อ นศ.ที่ต้องการรับใบอนุญาตครู กร้าวถ้าไม่ส่งจะไม่ออกให้ทั้ง 2,000 คน "องค์กร" แย้มเป็นนัย กระบวนการโกงมีโรงเรียนในภาคอีสานเอี่ยว ประธานสอบสวนฯ ระบุ 2สัปดาห์รู้ผล อธิการบดี ม.อีสาน ปัดไม่รู้เรื่องหลักฐานใบเสร็จรับเงินค่าเทอมสูงโด่ง 5 หมื่น ทั้งที่ของจริงแค่ 3.2 หมื่นบาท
สืบเนื่องจากการลงตรวจพื้นที่ จ.ขอนแก่น ของคณะกรรมการคุรุสภา นำโดยนายองค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภา เมื่อวันที่ 20 เม.ย. เพื่อตรวจสอบกรณีมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในภาคอีสาน ปลอมแปลงเอกสารขายใบประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) วิชาชีพครู ให้กับนักศึกษา พบว่า มี ผอ.รร.หลายแห่งออกมาปฏิเสธว่าไม่มีนักศึกษาหลักสูตร ป.บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยดังกล่าวมาฝึกปฏิบัติการสอนจำนวน 23 โรง จากจำนวน 54 โรง แต่มหาวิทยาลัยดังกล่าวได้แจ้งมาที่คุรุสภาว่าได้ส่งนักศึกษามาปฏิบัติการสอนจำนวน 80 คน
นายองค์กรเปิดเผยว่า คุรุสภาได้ออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยดังกล่าวไปแล้ว 600 คน จากทั้งรุ่น 2,000 คน ซึ่งคุรุสภาต้องไปตรวจสอบย้อนหลังนักศึกษากลุ่มนี้อีกที และเมื่อวันที่ 21 เม.ย. ตนได้สั่งให้มหาวิทยาลัยดังกล่าวส่งรายชื่อนักศึกษาที่ฝึกสอนให้คุรุสภาใหม่ โดยต้องแยกให้ชัดเจนว่า นักศึกษาที่จะให้คุรุสภาออกใบอนุญาตฯ ให้ ชื่ออะไรบ้าง และมีจำนวนกี่ราย ลำดับที่เท่าไหร่ ซึ่งถ้าหากมหาวิทยาลัยไม่ยอมยืนยันและส่งมา คุรุสภาก็จะปิดตายโดยจะไม่ออกใบอนุญาตฯ ให้นักศึกษาที่มาจากมหาวิทยาลัยดังกล่าวอีกเลย และจะตามเพิกถอนใบอนุญาตฯ นักศึกษา 600 คน ที่ได้รับใบอนุญาตฯ ไปแล้ว
ส่วนกรณีนักศึกษาจำนวน 80 คน ที่มหาวิทยาลัย ส่งชื่อไปยังคุรุสภาว่าได้ฝึกปฏิบัติการสอนแต่ถูก ผอ..รร.ปฏิเสธ ตนจะส่งรายชื่อนักศึกษาเหล่านี้ไปยังสำนักทะเบียนของคุรุสภา เพื่อจะดูว่าได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจากคุรุสภาไปแล้วหรือยัง ซึ่งถ้าออกไปแล้วก็จะต้องเรียกนักศึกษามาชี้แจง พร้อมกันนี้เตรียมจะขยายผลไปยัง จ.บุรีรัมย์ เพราะมี รร.แห่งหนึ่งที่มหาวิทยาลัยแจ้งว่า ได้ส่งนักศึกษามาฝึกสอน 34 คน ทั้งๆ รร.แห่งนี้มีเด็กเพียง 180 ราย มีครู 11 คน ซึ่งตนมองว่ามีความผิดปกติ ซึ่งตนจะลงพื้นที่ตรวจสอบเร็วๆ นี้
เลขาธิการคุรุสภากล่าวอีกว่า ขณะนี้คุรุสภาได้หารือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในเรื่องวิธีดำเนินการ อาทิ เรื่องได้บทสรุปสมบูรณ์แล้ว สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ควรจะมีบทลงโทษอย่างไร และคุรุสภาควรจะมีบทลงโทษอย่างไร เป็นต้น
"ผมอยากจะถอนรากถอนโคนขบวนการการซื้อใบปริญญาบัตรครูให้หมดไปจากการศึกษาไทย อาจจะเป็นเพราะว่าปีนี้ ป.บัณฑิตเป็นรุ่นสุดท้ายในหลักสูตร ทำให้เกิดการยัดไส้มีปัญหาอย่างปัจจุบันนี้ "
ขณะที่ นายสมเกียรติ แพทย์คุณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญาภาค 4 และกรรมการสภา ม.อีสาน (มอส.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของสภา มอส. กล่าวว่า จากการตรวจสอบเชิญพยานบัณฑิต 1 ใน 4 รายที่อ้างว่าเป็นผู้ซื้อใบ ป.บัณฑิต มาชี้แจงข้อมูลเมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น พบว่าข้อมูลจากพยานคนดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญมาก ซึ่งในวันที่ 22 เม.ย.นี้ คณะกรรมการตรวจสอบได้เชิญอธิการบดี มอส.มาชี้แจงข้อเท็จจริง สำหรับการนัดพยานบัณฑิตอีก 3 รายมาให้ข้อมูลในวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น ปรากฏว่าไม่มีใครมาตามนัด ซึ่งก็คงต้องประสานกลับไปเพื่อมาให้ข้อมูลอีกครั้ง แต่ก็เชื่อว่าการสอบสวนข้อเท็จจริงน่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์
นายอัษฎางค์ แสวงการ อธิการบดี มอส.กล่าวว่า ตนพร้อมไปให้ข้อมูลกับคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของ มอส.ในวันที่ 22 เม.ย. ส่วนเรื่องหลักฐานใบเสร็จที่มีลายเซ็นรับเงิน ตนได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้เซ็นรับเงิน อีกทั้งจำนวนเงินในใบเสร็จก็สูงกว่าค่าเล่าเรียนจริง ซึ่งค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตรอยู่ที่ 36,200 บาท แต่ในใบเสร็จกลับสูงถึง 50,000 บาท ซึ่งตนเองก็จะต้องตรวจสอบที่มาของใบเสร็จดังกล่าวต่อไป.
ขอขอบคุณข้อมูลจาก![]()





